MarketDX · Megatrend Index

Index Methodology

ดัชนีติดตามผลตอบแทนรายเมกะเทรนด์ — วัดได้เหมือนดัชนีตลาด แต่เป็นรายธีม

เอกสารนี้อธิบาย วิธีคำนวณ MarketDX Megatrend Index ตั้งแต่การคัดเลือกบริษัท การถ่วงน้ำหนัก ไปจนถึงการคิดผลตอบแทนรายวัน (รวมปันผล) — เขียนให้ทั้งนักลงทุนและผู้ใช้ข้อมูลอ่านเข้าใจ พร้อมตัวอย่างคำนวณจริง

เวอร์ชัน 1.1 · 2026-06-21 สถานะ Operational สกุล USD · Total Return ปรับสมดุล รายเดือน

01ภาพรวม

MarketDX Megatrend Index เปลี่ยนการจัดหมวดเมกะเทรนด์ของเรา (เดิมใช้ "ค้นพบ" หุ้นตามธีม) ให้เป็น ดัชนีที่ติดตามผลตอบแทนได้จริง — แต่ละธีม (และธีมย่อย) มีดัชนีของตัวเอง คำนวณเป็น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) บนฐาน total return (รวมการลงทุนเงินปันผลกลับ)

สองตระกูลต่อ node
ทุกธีมมีดัชนี 2 ตระกูล: Core (เฉพาะบริษัทที่ธีมเป็นธุรกิจหลัก — pure-play) และ All (core + บริษัทที่เกี่ยวข้องรอง ถ่วงน้ำหนักลด ×0.5)

02โครงสร้าง & จักรวาลหลักทรัพย์

ลำดับชั้น 3 ระดับ

ดัชนีอ้างอิงอนุกรมวิธานเมกะเทรนด์ 3 ระดับ: Tier-1 (25 เทรนด์หลัก เช่น Artificial Intelligence, Semiconductors) → Sub-theme (ธีมย่อยตาม value-chain) → Leaf (กลุ่มย่อยที่สุด) สมาชิกของ node ใดๆ รวมบริษัทใน node ลูกทั้งหมด (ไหลรวมขึ้นบน)

หลักทรัพย์ที่มีสิทธิ์

ต้องเป็น หุ้นสามัญที่ซื้อขายอยู่ (ไม่รวมกองทุน/REIT/ETF/บุริมสิทธิ์/warrant), จดทะเบียนในตลาดที่ MarketDX ครอบคลุม, มีราคา EOD + market cap, และ ผ่านการขจัดความซ้ำซ้อน — บริษัทเดียวที่จดทะเบียนหลายที่ (ADR ↔ หุ้นบ้านเกิด, A/H-share, dual-listing) นับเป็นบริษัทเดียว ใช้ listing ตัวแทน (มูลค่าสูงสุด) เป็นแหล่งทั้งน้ำหนักและราคา

เกณฑ์ขั้นต่ำ (gate)
node จะมีดัชนีเมื่อ Core ≥ 3 บริษัท หรือ All ≥ 5 บริษัท — น้อยกว่านี้ไม่ถือเป็นดัชนี (สะท้อนความเสี่ยงเฉพาะตัว ไม่ใช่ธีม) · แต่ละดัชนีติดป้ายคุณภาพ: Standard (≥10) · Concentrated (5–9) · Emerging/Narrow

03การคัดเลือก & การถ่วงน้ำหนัก

บริษัทถูกจัดเข้าธีมด้วยการวิเคราะห์ คำอธิบายธุรกิจ เทียบกับนิยามแต่ละธีม (เทคนิค embedding + LLM แบบ text-relevance) และมีระดับ exposure 2 ระดับ: core (ธุรกิจหลัก) และ secondary (ธุรกิจรอง ถ่วง ×0.5 เฉพาะใน All Index)

ขั้นตอนการถ่วงน้ำหนัก

ขั้นตอนการถ่วงน้ำหนักmarket cap → คูณ exposure → cap 10% iterative → normalize เป็น 100% มูลค่าตลาด USD น้ำหนักดิบ w_raw cap + เกลี่ย ≤ 10% ต่อตัว น้ำหนัก รวม 100% ×exposure cap 10% normalize (iterative — ทำซ้ำจนทุกตัว ≤ 10%)
ขั้นตอนการถ่วงน้ำหนัก. มูลค่าตลาด (USD) คูณปัจจัย exposure → จำกัดเพดาน 10% ต่อบริษัทแบบทำซ้ำ → ปรับให้รวมเป็น 100%
\[ w_i^{\text{raw}} = \text{mcap}^{\text{USD}}_i \times e_i, \qquad e_i=\begin{cases}1.0 & \text{core}\\ 0.5 & \text{secondary}\end{cases} \qquad w_i = \frac{w_i^{\text{raw}}}{\sum_j w_j^{\text{raw}}}, \quad w_i \le 10\% \]

เพดาน 10% ต่อบริษัท

กันบริษัทขนาดใหญ่มากครอบงำดัชนี (เช่น NVIDIA ในธีม AI) — ตัวที่เกิน 10% ถูกตัดเหลือ 10% แล้วเกลี่ยส่วนเกินให้ตัวอื่นตามสัดส่วน ทำซ้ำจนไม่มีตัวใดเกิน

การ cap น้ำหนักที่ 10%ก่อน cap ตัวใหญ่ 18% เกินเส้น 10% หลัง cap เหลือ 10% ส่วนเกินเกลี่ยให้ตัวอื่น ก่อน cap หลัง cap เพดาน 10% เพดาน 10% A 18% B 9% C 7% D 5% A 10% B 12% C 9% D 7% ส่วนเกิน 8% →
เพดาน 10% (ภาพประกอบ). ตัว A ที่เกิน 10% ถูกตัดเหลือ 10% ส่วนเกินเกลี่ยให้ B/C/D ตามสัดส่วน แล้วตรวจซ้ำจนไม่มีตัวใดเกิน
⚠️ ใช้ full market cap ไม่ใช่ free-float
ดัชนีถ่วงน้ำหนักด้วย มูลค่าตลาดเต็ม — ไม่ปรับ free-float (สัดส่วนหุ้นที่ซื้อขายได้จริง) ต่างจาก S&P 500 / MSCI ผลคือบริษัทที่ผู้ก่อตั้ง/รัฐถือหุ้นสัดส่วนสูงจะมีน้ำหนักมากกว่าดัชนี free-float (เป็นข้อจำกัดที่อาจปรับในอนาคต)

04การคำนวณดัชนี

ค่าดัชนีเริ่มที่ ฐาน 100 ณ วันฐาน แล้วต่อยอดด้วยผลตอบแทนรายวันแบบทบต้น (chained):

\[ \text{Index}(D) = \text{Index}(D-1)\times \sum_i w_i\, R_i(D), \qquad R_i(D) = \frac{\text{adj}_i(D)\times \text{fx}_i(D)}{\text{adj}_i(D')\times \text{fx}_i(D')} \]

โดย \( \text{adj}_i \) = ราคาปรับปรุง (split + dividend), \( \text{fx}_i \) = อัตราแลกเปลี่ยนเป็น USD, \( D' \) = วันมีราคาก่อนหน้า (carry-forward) — ผลตอบแทน USD = ผลตอบแทนท้องถิ่น × การเคลื่อนไหวค่าเงิน (หุ้นต่างชาติ ค่าเงินเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทน)

ตัวอย่างคำนวณจริง

ดัชนีตัวอย่าง 3 บริษัท เริ่มที่ฐาน 100 — ขั้นที่ 1 กำหนดน้ำหนักจาก market cap:

บริษัทmarket cap (USD)น้ำหนัก
A$500B50%
B$300B30%
C$200B20%

ขั้นที่ 2 — ผลตอบแทน total return (USD) วันถัดมา: A +2%, B −1%, C +3%:

\[ \textstyle\sum_i w_i R_i = (0.50)(1.02)+(0.30)(0.99)+(0.20)(1.03) = 1.0130 \;\Rightarrow\; \text{Index} = 100\times 1.0130 = 101.30 \]

ขั้นที่ 3 — วันถัดไปทบต้นต่อ (น้ำหนักลอยตามราคา ไม่คำนวณใหม่จนถึงรอบปรับสมดุล) ถ้าได้ +0.5% → \( 101.30\times 1.005 = \mathbf{101.81} \)

05ปันผล & Total Return

คนมักเข้าใจผิดว่า "พอจ่ายปันผล ราคาตก เงินปันผลเลยหายไปจากดัชนี" — ไม่ใช่ กลไก adjusted close จับปันผลไว้โดย ปรับราคาในอดีตให้ต่ำลง (ไม่ใช่ปรับราคาวันนี้)

เมื่อวานวันนี้ (XD จ่าย $5)ผลตอบแทน
ราคาดิบ (close)$100$9595/100 = −5% (price return)
adjusted close$95$9595/95 = 0% (total return ✓)

ผู้ถือหุ้นวันนี้มี หุ้น $95 + เงินสด $5 = $100 → เท่าทุน ผลตอบแทนที่ถูกต้องคือ 0% ไม่ใช่ −5% ดัชนีใช้อัตราส่วนของ adjusted close จึงได้ total return อัตโนมัติ — เสมือนนำปันผลไปซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่มทันที

close vs adjusted close ของ KOเส้น close อยู่เหนือ adjusted close ช่องว่างหดเข้าหาปัจจุบัน = ปันผลสะสม $55 $65 $72 ม.ค.24 มิ.ย.24 ม.ค.25 มิ.ย.25 ม.ค.26 close (ราคาจริง) adjusted (ปรับปันผล)
Coca-Cola (KO) — ไม่ split มาตั้งแต่ 2012. adjusted close ในอดีตต่ำกว่าราคาจริง และช่องว่างหดเข้าหาปัจจุบัน ($4.18 ปี 2024 → $0.91 ปี 2026 → ~0 วันนี้) = ลายเซ็นของการปรับปันผล (KO ไม่ split ส่วนต่างจึงเป็นปันผลล้วน)
ขอบเขต
ปัจจุบันเผยแพร่เฉพาะ total return (รวมปันผล) ยังไม่มีดัชนีแบบ price return หรือเส้น dividend-yield แยก (อาจเพิ่มในอนาคต)

06ปรับสมดุล · กิจกรรมองค์กร · วันหยุด

ปรับสมดุลรายเดือน (วันที่ 1): ทบทวนสมาชิก (reconstitution) + คำนวณน้ำหนักใหม่ (reweight) ด้วยเพดาน 10% บริษัทเข้าใหม่มีผลไปข้างหน้าเท่านั้น · จำนวนสมาชิกไม่คงที่ (รวมทุกตัวที่ผ่านเกณฑ์) · ยังไม่มี buffer rule (อาจ turnover สูง)

กิจกรรมองค์กร: ใช้ราคาปรับปรุง (split + dividend ย้อนหลังทั้งซีรีส์) → ratio ของราคาปรับปรุงทำให้ split ใหม่ไม่ทำให้ ค่าดัชนีอดีตเปลี่ยน · M&A / เพิกถอน → ถอดออกในรอบปรับสมดุลถัดไป

วันหยุด / หุ้น halt: ใช้กฎ carry-forward — ตลาดหรือหุ้นไม่เทรดในวันนั้น ราคาคงที่ (ผลตอบแทน = 0) การเคลื่อนไหวสะสมสะท้อนในวันที่กลับมาเทรด · ปฏิทินดัชนี = วันที่มีอย่างน้อยหนึ่งตลาดเปิด (มาตรฐานเดียวกับ MSCI World / FTSE All-World)

07วันฐาน, ประวัติ & Backtest

ทุกดัชนีเริ่มที่ ค่าฐาน 100 · ช่วง live เริ่มจากวันที่มีบันทึกสมาชิกจริงครั้งแรก (~มิ.ย. 2026) ส่วนก่อนหน้านั้นเป็น backtest จำลอง ~6 เดือน (ตรึงสมาชิกปัจจุบันย้อนกลับ)

Backtest vs Liveครึ่งซ้ายเป็นแถบเงาช่วงจำลอง ครึ่งขวาเป็นช่วง live มีเส้นแบ่ง ฐาน 100 ช่วงจำลอง (estimated) survivorship / look-ahead bias ช่วง live (ข้อมูลจริง) เริ่ม live ~มิ.ย. 2026
Backtest vs Live. ช่วงก่อนเส้นแบ่งเป็น การจำลอง (ไม่ใช่ผลจริง) ทุกที่ที่แสดงต้องติดป้าย "จำลอง"
⚠️ คำเตือนสำคัญ — ผลตอบแทนช่วง Backtested เป็นการจำลอง (Hypothetical)
ประวัติช่วง backtested ไม่ใช่ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง — สร้างจากรายชื่อสมาชิกปัจจุบันย้อนหลัง ซึ่งมีอคติเชิงโครงสร้าง (survivorship bias — รวมเฉพาะบริษัทที่ยังอยู่/ผ่านเกณฑ์วันนี้; look-ahead bias — ใช้ข้อมูลปัจจุบันกับอดีต) ผลตอบแทนจำลองมักดูดีเกินจริง · ผลในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต

08ข้อจำกัดความรับผิด

  • ดัชนีนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่สามารถลงทุนในดัชนีได้โดยตรง
  • ผลตอบแทนในอดีต (รวมช่วง backtested ที่เป็นการจำลอง) ไม่รับประกันผลตอบแทนในอนาคต
  • ข้อมูลสมาชิก มูลค่าตลาด และอัตราแลกเปลี่ยน มาจากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอกและการจัดหมวดของ MarketDX ซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดหรือความล่าช้า
  • การจัดหมวดเมกะเทรนด์เป็นการประเมินด้วยแบบจำลอง อาจไม่ครอบคลุมบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องบางราย