สมาคมบริษัทจัดการลงทุน หรือ AIMC ประกาศเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ลงทุนผ่านกองทุนรวมเป็น 2 เท่าภายใน 5 ปี จากประมาณ 3 ล้านคนเป็น 6 ล้านคน โดยจะขยายฐานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุ และนักลงทุนต่างชาติ นายพจน์ หะริณสุต นายกสมาคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยลงทุนผ่านกองทุนรวมเพียง 2.83 ล้านคน มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ 4.2 ล้านบัญชี และออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3 ล้านคน จากแรงงานในระบบ 20 ล้านคนและนอกระบบอีก 20 ล้านคน มูลค่าการลงทุนรวมของกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคลอยู่ที่ 10.16 ล้านล้านบาท เทียบกับจีดีพี 18.37 ล้านล้านบาท สมาคมยังเสนอให้ปรับเงื่อนไขการลงทุนสำหรับผู้ถือ Long-Term Resident Visa หรือ LTR Visa จากเดิมที่กำหนดให้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือพันธบัตรรัฐบาลไม่น้อยกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นให้สามารถลงทุนในตลาดทุนไทยมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุน ETF กองทุน ESG และหุ้นไทย โดยคาดว่าหากดึงดูดนักลงทุนกลุ่มความมั่งคั่งสูงได้ 20,000 ถึง 30,000 คนต่อปี จะมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดทุนไทยราว 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 1 ล้านล้านบาทต่อปี