ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ของเอเชียกำลังปรับยุทธศาสตร์รับมือกับการอ่อนค่าของสกุลเงิน โดยหันมาใช้มาตรการดึงเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ระบบมากขึ้น แทนการพึ่งพาการขายทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพื่อแทรกแซงตลาดเพียงอย่างเดียว หลังเงินบาทของไทย เงินรูเปียห์อินโดนีเซีย และเงินรูปีอินเดีย ติดอยู่ในกลุ่ม 5 สกุลเงินที่มีผลงานแย่ที่สุดในปีนี้จากทั้งหมด 22 สกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่บลูมเบิร์กติดตาม อินเดียสามารถดึงเงินจากชาวอินเดียในต่างประเทศเข้ามาได้เกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์ผ่านผลิตภัณฑ์เงินฝากดอลลาร์ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง เกาหลีใต้เร่งผลักดันให้บริษัทส่งออกนำรายได้ดอลลาร์กลับเข้าประเทศจนเงินวอนทำสถิติแข็งค่ารายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 และอินโดนีเซียดึงเงินทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดพันธบัตรได้ประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ด้านทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และไทยลดลงประมาณ 4-9% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้น นักวิเคราะห์จาก MUFG Bank คาดว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกประเทศละ 2 ครั้งในปีนี้ ส่วนเกาหลีใต้อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง