ผลสำรวจของบลูมเบิร์กคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีจะปรับลดลงอีกประมาณ 0.25% ภายในช่วงกลางปี 2027 ท่ามกลางแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปีล่าสุดมีอัตราส่วน Bid-to-Cover Ratio สูงสุดในรอบเกือบ 1 ปีที่ 2.18 เท่า ขณะที่การประมูลพันธบัตรที่ครบไถ่ถอนปี 2029 ในวันนี้มีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 2.13 เท่า สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม เดสมอนด์ ฟู หัวหน้าฝ่ายบริหารการลงทุนของ Western Asset Management ประจำสิงคโปร์ ระบุว่าบริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อพันธบัตรรัฐบาลไทยในช่วงครึ่งหลังของปี จากเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำและแรงกดดันเงินเฟ้อที่จำกัด ซึ่งเปิดทางให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายได้มากกว่าธนาคารกลางบางแห่งในภูมิภาค พันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ของเอเชียนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามข้อตกลงสันติภาพเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงแล้ว 19 เบซิสพอยต์มาอยู่ที่ประมาณ 2.02% ณ วันพุธ อีกปัจจัยที่กดดันอัตราผลตอบแทนคือการที่รัฐบาลคาดว่าจะออกพันธบัตรน้อยกว่าที่วางแผนไว้ในปีงบประมาณนี้ โดยมูลค่าการออกพันธบัตรรวมในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนกันยายนคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท ลดลงราว 3% จากแผนเดิมที่ 1.3 ล้านล้านบาท ด้านเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงยังเป็นปัจจัยหนุนตลาด โดยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายนชะลอลงมาอยู่ที่ 2.42% จาก 2.79% ในเดือนพฤษภาคม นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าเงินเฟ้อปีนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 2.8% จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ เค็ง เซียง อึ้ง หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ State Street Investment Management กล่าวว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อไปเนื่องจากตลาดคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับต่ำ