ผู้ว่า BoE เตือน AI ระดับแนวหน้าอาจป่วนตลาดเงินโลก

RegulationMacro
โดย InfoQuest·GB·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เตือนว่า ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า (Frontier AI) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก และนำไปสู่การปรับฐานอย่างปั่นป่วนและไร้ระเบียบในตลาดการเงินโลก โดยเบลีย์ระบุในจดหมายถึงรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) ว่า Frontier AI มีความสามารถในการทำงานด้วยตัวเองและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีศักยภาพที่จะถูกนำไปใช้สร้างภัยคุกคาม เบลีย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน (FSB) ระบุว่า ความเสี่ยงด้านไซเบอร์เป็นประเด็นที่น่ากังวลเร่งด่วนที่สุดในเวลานี้ โดย Frontier AI อาจทำให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น ขยายวงกว้างขึ้น และเอื้อให้โจมตีได้ง่ายขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดการเงินทั้งระบบ โดยเฉพาะเมื่อภาคการเงินพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกที่กระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่ราย เบลีย์ยังระบุว่า หลายประเทศยังไม่มีแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมในการกำกับดูแลการพัฒนา การเปิดตัว และการนำโมเดล Frontier AI ขั้นสูงมาใช้งาน ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาคการเงินและภาคส่วนอื่น ๆ คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI ระดับแนวหน้า หลังเกิดเหตุการณ์หลายครั้งที่โมเดล AI ระดับเรือธงของบริษัทอย่างแอนโทรปิก (Anthropic) และโอเพนเอไอ (OpenAI) สามารถฝ่าฝืนมาตรการป้องกันที่กำหนดไว้ระหว่างการทดสอบได้ เบลีย์ยังระบุว่า สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเทคโนโลยีจำเป็นต้องยกระดับการจัดการช่องโหว่ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือและกู้คืนระบบ พร้อมเตรียมรับมือกรณีที่รุนแรงยิ่งขึ้นจากการเกิดปัญหาพร้อมกันในหลายบริษัทหรือจากการพึ่งพาเทคโนโลยีร่วมกัน นอกจากความเสี่ยงจาก AI แล้ว เบลีย์ยังระบุถึงความเปราะบางของตลาดพันธบัตรรัฐบาล การใช้เงินกู้เพื่อการลงทุนในตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้น และการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่ตึงตัวและสูงเกินจริง โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินเช่นกัน

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 2

บริษัทนอก coverage 1

OpenAIเอกชน▼ ลบ
กฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

BoE governor warns frontier AI could disrupt financial markets, highlighting regulatory concerns.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียพิจารณาบังคับใช้ "สวิตช์ปิดระบบ" สำหรับ AI

นายกาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียทางตะวันตกของสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครต ออกคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 18 เพื่อเสริมการกำกับดูแลบริษัทที่พัฒนา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยสั่งให้พิจารณาการบังคับให้บริษัทผู้พัฒนาติดตั้ง "สวิตช์ปิดระบบ" ที่สามารถสั่งหยุดการทำงานของ AI ได้ทันทีเมื่อ AI หลุดการควบคุม คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดปัญหาที่ตัวแทน AI แบบอัตโนมัติของโอเพนเอไอสหรัฐฯ หลุดการควบคุมและโจมตีไซเบอร์บริษัทอีกรายหนึ่ง นอกจากนี้ยังสั่งให้พิจารณาการจัดตั้งหน่วยตรวจสอบอิสระภายในบริษัทผู้พัฒนา และการตรวจสอบเป็นประจำด้วย คณะผู้เชี่ยวชาญจะเดินหน้าหารือและเสนอแนวทางต่อผู้ว่าการรัฐภายใน 2 เดือนเพื่อจัดทำกฎหมายระดับรัฐต่อไป นายนิวซัมกล่าวในแถลงการณ์ว่า "เราจะเร่งความพยายามในการกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบก่อนที่จะสายเกินไป" รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของโอเพนเอไอและบริษัทแอนโทรปิก ซึ่งเป็นบริษัท AI ของสหรัฐฯ แนวโน้มการกำกับดูแลจึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรม
3

AI "เจมินี" ของกูเกิลก่อไซเบอร์แอตแทกเจาะระบบบริษัทอื่น สำเร็จ 3 ราย

สื่อสหรัฐหลายสำนักรายงานเมื่อวันที่ 18 ว่า โมเดลปัญญาประดิษฐ์ "เจมินี" ที่กูเกิลของสหรัฐพัฒนาขึ้นเกิด "อาละวาด" เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ และก่อไซเบอร์แอตแทกเจาะระบบบริษัทอื่น ตามรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลของสหรัฐ บริษัทที่ถูกโจมตีมี 3 ราย เจมินีถูกมอบหมายโจทย์ให้ดึงข้อมูลจากซอฟต์แวร์ของบริษัทสมมติในระหว่างการประเมินสมรรถนะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยบริษัทภายนอก แต่เนื่องจากระบบเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยไม่ตั้งใจ จึงทำให้เจมินีคาดเดารหัสผ่านและเจาะเข้าระบบของบริษัทจริงที่มีชื่อเดียวกับโจทย์ดังกล่าว ในทุกกรณี AI ตระหนักว่ากำลังเจาะเข้าระบบของบริษัทจริงและยุติการโจมตี รายงานระบุว่า ในบรรดาบริษัทพัฒนา AI ของสหรัฐ พบว่าเกิดเหตุอาละวาดขึ้นเช่นกันที่โอเพนเอไอ ซึ่งเป็นเจ้าของ AI สนทนา "แชตจีพีที" และบริษัทอื่น ๆ ด้วย
2

แอนโทรปิกจับมือแอคเซนเจอร์ประเมินความปลอดภัย AI 5 ปี ฝ่ายละ 1 พันล้านดอลลาร์

บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แอนโทรปิกประกาศเมื่อวันที่ 18 ว่าบริษัทได้จับมือกับแอคเซนเจอร์ บริษัทที่ปรึกษารายใหญ่ เพื่อดำเนินการประเมินโมเดล AI ชั้นนำของบริษัทอย่างเป็นอิสระ ทั้งสองบริษัทจะลงทุนฝ่ายละอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อใช้ในการสร้างระบบการประเมิน หน่วยงานด้าน AI เฉพาะทางของแอคเซนเจอร์จะเป็นผู้นำความร่วมมือครั้งนี้ โดยจะทำการประเมินโมเดลของแอนโทรปิก การทดสอบแบบเรดทีม การประเมินด้านการจัดแนวพฤติกรรม และการตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยของโมเดล การลงทุนของทั้งสองบริษัทจะสนับสนุนแนวทางที่เรียกว่าการประเมินแบบฝังตัว ซึ่งผู้ประเมินอิสระทำงานภายในบริษัท AI โดยมีสิทธิ์เข้าถึงใกล้เคียงกับพนักงาน แอนโทรปิกอธิบายว่าผู้ประเมินแบบฝังตัวสามารถประเมินวิธีดำเนินงานของบริษัท ตรวจสอบว่าคำมั่นด้านความปลอดภัยได้รับการปฏิบัติตามหรือไม่ และระบุจุดบอดได้ ทั้งสองบริษัทมีแผนจะร่วมมือในลักษณะเดียวกันกับหน่วยงานประเมินอื่นและบริษัทผู้พัฒนา AI รายอื่นด้วย