การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ที่กรุงนิวเดลีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปิดฉากลงด้วยแถลงการณ์ร่วมที่พุ่งเป้าไปที่สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงนโยบายภาษีศุลกากรและมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยแถลงการณ์ความยาว 45 หน้าของสมาชิกทั้ง 10 ประเทศไม่ได้เอ่ยชื่อสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์โดยตรง แต่เนื้อหามุ่งเป้าไปยังนโยบายของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางใช้ความอดทนอดกลั้นขั้นสูงสุด และประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนและสถานที่ตั้งด้านนิวเคลียร์เพื่อสันติอย่างจงใจ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ย้ำถึงความร่วมมือของกลุ่มแม้แต่ละชาติมีมุมมองต่างกัน โดยกล่าวว่าความไว้วางใจของกลุ่มประเทศโลกใต้ที่มีต่อ BRICS เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนน ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ใช้เวทีนี้หารือทวิภาคีกับโมดีและพูดคุยกับสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม เพียง 2 สัปดาห์หลังผู้นำทั้ง 3 ประเทศพบกันในการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ที่คีร์กีซสถาน โดยโมดีและสี จิ้นผิง ได้สอบถามปูตินอย่างละเอียดเกี่ยวกับความพยายามยุติความขัดแย้งในยูเครน พร้อมเสนอความช่วยเหลือในการหาทางออก การเข้าร่วมประชุมของสี จิ้นผิง ยังถือเป็นการเยือนอินเดียครั้งแรกในรอบ 7 ปี และส่งสัญญาณการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอินเดียอย่างระมัดระวัง หลังเกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนที่มีผู้เสียชีวิตในปี 2020 โดยสีกล่าวว่าจีนและอินเดียเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่คู่แข่ง และเสนอให้จัดตั้งเขตพิเศษด้านปัญญาประดิษฐ์แบบโอเพนซอร์สสำหรับกลุ่ม BRICS เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่