ครัวเรือนในสหราชอาณาจักรเริ่มนำเงินออมที่สะสมไว้หลังโควิด-19 ออกมาใช้เพื่อรับมือค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้ยอดเงินฝากใหม่ในเดือนมิถุนายนลดลง 20% จากปีก่อน เหลือเพียง 6.3 พันล้านปอนด์ หลังจากราคาพลังงานพุ่งขึ้นประมาณ 20% นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ข้อมูลจากธนาคารกลางอังกฤษยังระบุว่าเงินออมภาคครัวเรือนในไตรมาสแรกอยู่ที่ 44.5 พันล้านปอนด์ ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่อัตราการออมลดลงต่ำกว่า 9% จากระดับเลขสองหลักในปี 2567 นักเศรษฐศาสตร์มองว่าผู้บริโภคเลือกที่จะลดการออมแทนการลดการใช้จ่ายเพื่อรักษามาตรฐานการครองชีพ โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นประมาณ 60% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีความกังวลว่ากันชนจากเงินออมอาจไม่เพียงพอหากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยืดเยื้อ