ธนาคารกลางเยอรมนีเปิดเผยในรายงานประจำเดือนเมื่อวันที่ 28 ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีในไตรมาสที่ 2 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อย โดยภาคการผลิตได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ต่างประเทศและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันดิบ ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์อิหร่านเป็นปัจจัยลบ โดยผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าอัตราการเติบโตในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนจะอยู่ที่เพียงร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่เลวร้ายลง ผลกระทบด้านลบอาจบรรเทาลงในไตรมาสที่ 3 แต่คาดว่าปัจจัยบวกชั่วคราวจะหมดไปและการเติบโตจะชะลอตัวลง นอกจากนี้ ยังระบุว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และผลกระทบทางอ้อมจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น