การปรับขึ้นราคาในหมวดอาหารและเครื่องดื่มส่วนใหญ่กำลังบีบรัดงบประมาณครัวเรือนและกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจับจ่ายอย่างขนานใหญ่ ตามรายงานประจำไตรมาสฉบับใหม่จากหน่วยวิเคราะห์ความรู้ของโคแบงก์ ราคาอาหารโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จากเดือนพฤษภาคม 2568 และสูงขึ้นประมาณร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับห้าปีก่อน ส่งผลให้ชาวอเมริกันจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หันไปเลือกซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง ลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย หรือซื้อของชำน้อยลงโดยรวม เครือข่ายร้านค้าปลีกของชำรายใหญ่กำลังประกาศลดราคาและวางตำแหน่งด้านคุณค่าเพื่อรักษาปริมาณลูกค้า ขณะที่ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเน้นย้ำเรื่องความสามารถในการจับจ่ายผ่านการปรับราคาและโปรโมชัน รายงานยังชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภค 4 ใน 10 คนระบุว่าราคาที่สูงขึ้นเป็นข้อกังวลอันดับหนึ่งสำหรับปีข้างหน้า โดยแรงกดดันด้านต้นทุนส่งผลกระทบต่อกลุ่มประชากรบางกลุ่มมากกว่ากลุ่มอื่น นอกเหนือจากอาหารแล้ว รายงานครอบคลุมภาคส่วนที่หลากหลาย โดยระบุว่าอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนมีนาคม พื้นที่เพาะปลูกข้าวของสหรัฐลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี และราคามะเขือเทศในสหรัฐพุ่งขึ้นเกือบร้อยละ 40 ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในช่วงสามเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2549