ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนต์พุ่งขึ้น หลังซาอุดีอาระเบียระงับการขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือส่งออกในเมืองยานบู ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดส่งออกพลังงานสำคัญบนชายฝั่งทะเลแดง ส่งผลให้ต้องยกเลิกการส่งออกน้ำมันดิบไปยุโรปบางส่วนในช่วงปลายเดือน ก.ย. 2569 โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 105.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.44 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 108.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีซาอุดีอาระเบียอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ส่งผลให้มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บ 14 ราย ด้านข้อมูลการเดินเรือจาก Kpler ระบุว่าเมื่อวันที่ 14 ก.ย. มีเรือบรรทุกสินค้าเพียง 4 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนว่าการสัญจรผ่านเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งเกิดระเบิดและไฟไหม้หลังชนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากตะวันออกกลางแล้ว บริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบียรายงานว่า การผลิตจากแหล่งน้ำมันดิบ 3 แห่งถูกระงับ หลังเกิดการประท้วงของสมาชิกกลุ่มรักษาความปลอดภัยในโรงงานปิโตรเลียม ซึ่งปิดวาล์วบนท่อส่งน้ำมัน Hamada-Zawiya และอาจจำเป็นต้องประกาศภาวะเหตุสุดวิสัยหรือ Force Majeure หากวาล์วยังคงถูกปิด ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่ออุปทานพลังงาน หลังรัสเซียโจมตีสถานีบริการน้ำมันในกรุงเคียฟ ขณะที่ยูเครนยังคงโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียอย่างต่อเนื่อง แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะระบุว่ารัสเซียและยูเครนจะยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแล้วก็ตาม