นักเศรษฐศาสตร์เห็นต่างเรื่องดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม ขณะที่ซาห์มมองว่าเงินเฟ้อชะลอตัว ส่วนชิฟฟ์ชี้ข้อมูลบิดเบือน

Macro
โดย Yahoo Finance·US·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมสร้างการตีความที่ขัดแย้งกันในหมู่นักเศรษฐศาสตร์เมื่อวันพุธ โดยอดีตนักเศรษฐศาสตร์ธนาคารกลางสหรัฐ คลอเดีย ซาห์ม เรียกข้อมูลนี้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับธนาคารกลางสหรัฐ ขณะที่ปีเตอร์ ชิฟฟ์ นักเศรษฐศาสตร์รุ่นเก๋า ระบุว่าการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 ต่อเดือนนั้นบิดเบือน ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบรายปีในเดือนกรกฎาคม สอดคล้องกับประมาณการและลดลงจากร้อยละ 3.5 ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 2.5 ต่อปี จากร้อยละ 2.6 ซาห์มตั้งข้อสังเกตว่าอัตราเงินเฟ้อซูเปอร์คอร์ หรือบริการพื้นฐานที่ไม่รวมที่อยู่อาศัย เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 ในเดือนกรกฎาคม และสัดส่วนของตะกร้าดัชนีราคาผู้บริโภคที่ราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ขึ้นไป ลดลงกลับสู่ระดับเฉลี่ยที่เห็นในช่วงปี 1997 ถึง 2005 ซึ่งเป็นช่วงที่เงินเฟ้ออยู่ใกล้ร้อยละ 2 ชิฟฟ์แย้งว่าวิธีการบันทึกราคาพลังงานทำให้เกิดผลกระทบล่าช้า เนื่องจากราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินเริ่มต้นเดือนกรกฎาคมในระดับต่ำก่อนจะดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หมายความว่าตัวเลขดังกล่าวยังสะท้อนการทรุดตัวของราคาน้ำมันในเดือนพฤษภาคมมากกว่าการปรับตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม เดวิด โรเซนเบิร์ก นักยุทธศาสตร์การตลาด สะท้อนมุมมองเรื่องเงินเฟ้อชะลอตัว โดยกล่าวว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานกำลังวิ่งอยู่ที่อัตราร้อยละ 1.6 ต่อปีในช่วงสามเดือนถึงเดือนกรกฎาคม ขณะที่เจมส์ ธอร์น จากเวลลิงตัน อัลตัส กล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารกลางสหรัฐยังคงอยู่เหนือระดับเป็นกลางที่จำเป็นต่อการรักษาสมดุลของเศรษฐกิจ

ผลกระทบต่อหุ้น 0