ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นโยบาย Investment-Led Growth Policy เป็นเรื่องสำคัญเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยที่โตต่ำ โดยการลงทุนจะกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านการบริโภค และยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาว พร้อมชูแนวทาง BOI to IPO เพื่อหยั่งรากลึกให้บริษัทใหม่ ๆ ช่วยนำ SMEs เข้าสู่ New Economy และผลักดันบริษัทต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำให้เข้าสู่ IPO และมีส่วนร่วมในการเติบโต ดร.เอกนิติ กล่าวว่า บีโอไอได้ปลดล็อก Thailand FastPass เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ใหม่เติบโตในเมืองไทย โดยเม็ดเงิน 1.4 ล้านล้านบาท จากแอปพลิเคชั่นที่สมัครผ่านบีโอไอนั้น ครึ่งปีแรกเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินจริง 5.3 แสนล้านบาท ขณะที่ตัวเลขการลงทุนไตรมาส 1 โต 10% และไตรมาส 2 โตเกือบ 14% ทำให้ต่างชาติมองว่าประเทศไทยเปลี่ยนไป ทั้งนี้ บีโอไอต้องทำให้เมล็ดพันธุ์ออกดอกออกผลผ่านโครงการ Skill Bridge เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทยและเทรนคนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น การวัดคาร์บอน รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ใหม่ที่เทรนคนได้ 7 หมื่นคน ใน 2 ไตรมาส ที่เข้าสู่ Digital Economy ดร.เอกนิติ ระบุว่า อุตสาหกรรมที่จะเติบโต ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ Smart Electronics, Optical Transceiver, Smart Agriculture, Pet Food, Food Processing และ Wellness ซึ่งเป็นโอกาสเล็ก ๆ ของเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่รอการใส่ปุ๋ยสูตรพิเศษ BOI to IPO