ยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐทะลุกลับขึ้นเหนือระดับ 1.15 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของจีดีพียูโรโซนที่แซงหน้าสหรัฐในอัตราต่อปี โฟล์คมาร์ เบาเออร์ จากคอมเมิร์ซแบงก์ระบุว่า จีดีพียูโรโซนเติบโตร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส คิดเป็นอัตราต่อปีที่ร้อยละ 1.6 ซึ่งเร็วกว่าการเติบโตร้อยละ 1.5 ของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เขาเน้นย้ำว่าอัตราการออมของสหรัฐที่ต่ำมากอาจเป็นตัวฉุดรั้งจีดีพีสหรัฐในอนาคต และมองว่าข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดทำให้ธนาคารกลางยุโรปขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนได้ง่ายขึ้น เบาเออร์เตือนว่าการเคลื่อนไหวของยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงล่าสุดอาจย้อนกลับบางส่วนหากกระแสเงินที่เกี่ยวข้องกับธนาคารกลางญี่ปุ่นลดลง เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อวานนี้ราวสี่โมงเย็นดูเหมือนจะเป็นการแทรกแซงของธนาคารกลางญี่ปุ่นโดยได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังสหรัฐ