การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ภายในเดือนธันวาคม 2569 หลังร่างเอกสารกำหนดรายละเอียดและขอบเขตงาน (TOR) ราว 3 เดือนแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2570 และคัดเลือกผู้รับจ้างได้ประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 2570 ก่อนเริ่มก่อสร้างเดือนตุลาคม 2570 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี เปิดให้บริการปี 2574 นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ตระยะทาง 34.60 กม. วงเงินรวม 84,218 ล้านบาท แบ่งดำเนินการ 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. มูลค่าโครงการ 16,757 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเวนคืน 5,792 ล้านบาท ซึ่งคืบหน้าแล้ว 99.43% และค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 10,965 ล้านบาท โดยได้ทบทวนปรับแบบลดขนาดอุโมงค์จากความกว้าง 17.1 เมตร เหลือ 14.2 เมตร แต่คงความยาว 1.85 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นอุโมงค์ที่ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอันดับต้นๆ ในอาเซียน ส่วนระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. มูลค่าโครงการ 67,461 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเวนคืน 29,547.80 ล้านบาท และค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 37,913.92 ล้านบาท คาดศึกษาออกแบบรายละเอียดเสร็จมกราคม 2570 เสนอครม.อนุมัติตุลาคม 2570 จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินช่วงมกราคม 2570 ถึงธันวาคม 2573 และเริ่มก่อสร้างเดือนตุลาคม 2571 ถึงกันยายน 2574 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบปี 2574 ควบคู่กับระยะที่ 1 สำหรับค่าผ่านทางระยะที่ 1 ปรับลดลงเหลือรถจักรยานยนต์ 10 บาท รถ 4 ล้อ 20 บาท รถ 6-10 ล้อ 40 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 60 บาท ประมาณการรายได้ 0.96 ล้านบาทต่อวัน อัตราผลตอบแทนทางการเงิน 1.81% และอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 19.47% ทั้งนี้ งานระบบ O&M มูลค่าก่อสร้างประมาณ 1,500 ล้านบาท จะร่วมลงทุนกับเอกชนผ่านรูปแบบ PPP และมีแผนระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือ TFF โดยนำรายได้จากทางพิเศษกาญจนาภิเษก ช่วงบางพลี-สุขสวัสดิ์ ซึ่งมีรายได้ค่าผ่านทางประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี มาใช้ราว 1,000 ล้านบาท คาดจัดตั้งกองทุน TFF ได้ในช่วงต้นปี 2570 หากครม.เห็นชอบระยะที่ 1 โดยคาดการณ์ปริมาณจราจรปีแรกที่เปิดให้บริการประมาณ 50,000-60,000 คันต่อวัน