กระทรวงการคลังและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจและตลาดทุนไทย ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยมีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่เป็นแกนหลักสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้พร้อมรับเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปและกระแสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คำขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านบาท และในไตรมาสแรกของปีนี้มีคำขอแตะระดับ 1 ล้านล้านบาทอีกครั้ง ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2.4 ถึง 2.5 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวในระดับสองหลักต่อเนื่องกัน 2 ไตรมาส เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตที่นำโดยการลงทุน ด้านนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยแล้วมากกว่า 60,000 ล้านบาท และตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างปรับปรุงกระบวนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรกให้รวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของเกณฑ์บีโอไอ 2.0 ภายในไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 ของปีนี้