อัตราผิดนัดชำระหนี้ในตลาด Private Credit ของสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.3% ณ สิ้นเดือน ส.ค. จากระดับ 6.1% ในเดือน ก.ค. ตามรายงานของ Fitch Ratings โดยคิดจากผู้กู้ประมาณ 1,300 รายในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง ท่ามกลางแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่ทำให้ธุรกรรมในตลาดชะลอตัว และทำให้การขายบริษัทที่ประสบปัญหาก่อนถึงกำหนดชำระหนี้ทำได้ยากขึ้น Lyle Margolis หัวหน้าฝ่าย Private Credit ประจำอเมริกาเหนือของ Fitch ระบุว่าแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการขยายระยะเวลาครบกำหนดชำระหนี้ ซึ่ง Fitch จัดว่าเป็นการผิดนัด โดยในเดือน ส.ค. Fitch บันทึกเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด 14 ครั้ง เป็นผู้กู้ที่ผิดนัด 11 ราย และอีก 3 ครั้งเกิดจากผู้กู้ที่เคยผิดนัดมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่การขยายระยะเวลาครบกำหนดชำระหนี้คิดเป็น 45% ของเหตุการณ์ผิดนัดในเดือน ส.ค. สูงที่สุดเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมามีการผิดนัดทั้งหมด 89 ครั้ง โดยการเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยและการเปลี่ยนไปจ่ายแบบ Payment-in-Kind คิดเป็นสัดส่วนรวม 47% ของการผิดนัดทั้งหมด เมื่อแยกตามอุตสาหกรรม กลุ่ม Healthcare, Industrial และ Manufacturing มีอัตราผิดนัดชำระหนี้สูงที่สุด โดยแต่ละกลุ่มอยู่ที่ 9.9% เพิ่มขึ้นจาก 9.5% ในเดือน ก.ค. สวนทางกับกลุ่ม Technology Software ที่มีอัตราผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุดในบรรดาอุตสาหกรรมที่ Fitch จัดอันดับ โดยลดลงเหลือ 0.6% จาก 1.2% ในเดือนก่อนหน้า