GCAP Gold warns of volatility due to US-Iran talks and labor data, affecting gold prices.
GCAP GOLD เตือนราคาทองคำระยะนี้มีแนวโน้มผันผวนในระดับสูง โดยนางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ ระบุว่าต้องจับตาสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่เป็นดัชนีชี้ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราวหลังประธานาธิบดีทรัมป์ระงับแผนโจมตีอิหร่านเพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ โดยล่าสุดสหรัฐฯ เปิดเผยว่าอาจบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ และอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น ขณะเดียวกันนักลงทุนทั่วโลกจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเดือนกรกฎาคมจะเพิ่มขึ้นราว 85,000 ตำแหน่งจาก 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2569 ส่วนอัตราว่างงานมีแนวโน้มทรงตัวที่ 4.2% หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือดีกว่าคาด เฟดอาจเดินหน้านโยบายการเงินเข้มงวด ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นกดดันราคาทองคำให้มีจังหวะย่อตัว ซึ่งถือเป็นโอกาสในการรอสะสม แต่หากตัวเลขต่ำกว่าคาดจะลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยและหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้ต่อ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกลยุทธ์รอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ พร้อมหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อในช่วงที่ราคาปรับขึ้นแรง โดยประเมินแนวรับสำคัญที่ 4,160–4,120 ดอลลาร์สหรัฐ หรือทองคำไทยประมาณ 64,800–64,500 บาท ซึ่งเป็นโซนที่ราคามีโอกาสย่อตัวกลับลงมารีเทสต์หลังเบรกกรอบขึ้น ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,330–4,365 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67,300–67,800 บาท หากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือแนวรับได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง แต่หากหลุด 4,120 ดอลลาร์สหรัฐ ควรชะลอการเข้าซื้อและรอประเมินแนวรับถัดไปเพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายที่อาจเพิ่มขึ้น
GCAP Gold warns of volatility due to US-Iran talks and labor data, affecting gold prices.