สถาบันโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรปเปิดเผยว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 20.96 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมของเดือนกรกฎาคม 2566 ซึ่งอยู่ที่ 20.89 องศาเซลเซียส โดยมีสาเหตุหลักมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังก่อตัวและทำให้น้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนร้อนขึ้นอย่างผิดปกติ ขณะเดียวกันอุณหภูมิอากาศเหนือพื้นดินเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 16.90 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยยุคก่อนอุตสาหกรรม 1.47 องศาเซลเซียส และเป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์เท่ากับปี 2567 ภูมิภาคยุโรปตะวันตกเผชิญช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 21.62 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2534 ถึง 2563 ถึง 2.79 องศาเซลเซียส ประกอบกับภัยแล้งที่ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้นในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักลดลงอย่างหนักและเกิดไฟป่ารุนแรงผิดปกติ ซาแมนธา เบอร์เจส ผู้นำฝ่ายยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศของศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรประบุว่าเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นเดือนที่สามติดต่อกันที่ยุโรปตะวันตกเผชิญอากาศร้อนจัดผิดปกติจากระบบความกดอากาศสูงและสภาวะดินแห้งแล้ง ด้านโลรองซ์ รูอิล ผู้อำนวยการหน่วยบริการติดตามบรรยากาศโคเปอร์นิคัสเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งเอื้อให้เกิดไฟป่าขนาดใหญ่และขยายฤดูกาลไฟป่าขึ้นไปทางตอนเหนือมากขึ้น