รัฐบาลเร่งเชื่อมข้อมูลการเงินทุกหน่วยงาน สกัดมิจฉาชีพ ออกแบบระบบเสร็จใน 30 วัน

RegulationDigital Finance
โดย ทันหุ้น·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ารัฐบาลเตรียมยกระดับการป้องกันภัยทางไซเบอร์ ด้วยการเชื่อมโยงระบบหลังบ้านของทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ติดตามและแก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น โดยที่ประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน หรือคณะ Connect the Dots มีมติ 3 เรื่อง ได้แก่ การยกระดับการยืนยันตัวตนให้เป็นมาตรฐานสากลตาม Financial Action Task Force เทียบเท่าศูนย์กลางการเงินโลกอย่างสิงคโปร์หรืออังกฤษ การเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ปปง. ก.ล.ต. สมาคมธนาคารไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการวางระบบบูรณาการบริหารการแจ้งเหตุระดับชาติโดยกระทรวงดีอีกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงระบบอายัดเส้นทางการเงินให้รวดเร็ว โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานจะต้องมีระบบ Consent จากเจ้าของข้อมูล และจะจัดตั้งศูนย์ข้อมูลธุรกรรมที่ไม่ระบุตัวตนเพื่อให้นักวิเคราะห์ข้อมูลรู้เท่าทันมิจฉาชีพ หลังพบช่องโหว่ที่ธุรกรรมเกิน 5 ล้านบาทต้องรายงาน จึงมีการหลบไปทำธุรกรรมต่ำกว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังบูรณาการงานทั้ง 4 ด้าน เพื่อให้ออกแบบระบบเสร็จภายใน 30 วัน

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปรับเพิ่มมูลค่ายุติธรรมของ Palo Alto Networks ขึ้น 17% เป็น 395.38 ดอลลาร์สหรัฐ

ประมาณการมูลค่ายุติธรรมของ Palo Alto Networks ถูกปรับเพิ่มขึ้นจาก 336.70 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 395.38 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 17% ในแบบจำลองพื้นฐาน หลังจากมีกระแสการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่ง โดย RBC Capital, Wells Fargo, BofA, Morgan Stanley และ Truist ต่างปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นสู่ระดับต้นถึงกลางช่วง 400 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างถึงความต้องการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นจากการใช้งาน AI ที่ขยายตัว และลูกค้าที่รวมการใช้จ่ายไปยังแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่ Goldman Sachs, Oppenheimer, BTIG และ Susquehanna ชี้ไปที่ผลประกอบการและแนวโน้มไตรมาสที่ 4 ที่แข็งแกร่ง โดยมีความแข็งแกร่งในวงกว้างทั้งในกลุ่มไฟร์วอลล์ SASE การสังเกตการณ์ระบบ ระบบยืนยันตัวตน และโมดูลความปลอดภัยด้าน AI ในด้านมุมมองเชิงลบ Bernstein และ Phillip Securities ปรับไปสู่ท่าทีที่เป็นกลางมากขึ้นแม้ยังปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ส่วน Stephens และ UBS ระบุว่าความเสี่ยงหรือผลตอบแทนมีความสมดุลมากขึ้น โดยราคาหุ้นอยู่ใกล้ระดับมูลค่าสูงสุด แบบจำลองที่ปรับปรุงใหม่ลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้ลงเหลือราว 17.31% จากราว 19.09% และแนวโน้มอัตรากำไรสุทธิลงเหลือราว 13.84% จากราว 14.51% ขณะที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรในอนาคตเพิ่มขึ้นเป็นราว 197.87 เท่า จากราว 164.67 เท่า และอัตราคิดลดปรับเป็นราว 8.60% จาก 8.40%
Simply Wall St·9hอ่านต่อ →

ตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยคนงานไอทีเกาหลีเหนือสมัครตำแหน่งวิศวกรที่ bitFlyer

สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 กันยายนว่า บุคคลที่เชื่อว่าเป็นคนงานไอทีเกาหลีเหนือได้สมัครตำแหน่งวิศวกรที่ bitFlyer ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ผู้สมัครได้แนบประวัติย่อที่ปลอมแปลงตัวตนเป็นบุคคลอื่นไปกับแบบฟอร์มรับสมัคร และสมัครโดยตรงโดยไม่ผ่านตัวกลาง แต่บริษัทสังเกตเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยและได้เข้าจัดการ จึงไม่มีการจ้างงานหรือความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้น ตามข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สมัครใช้บริการ VPN หลายรายการเพื่อเข้าถึงแบบฟอร์มรับสมัคร ระบุที่ติดต่อเป็น Gmail และในประวัติการทำงานได้เขียนถึงทักษะที่กว้างขวางด้านภาษาโปรแกรมเมอร์ บล็อกเชน และบริการคลาวด์ ตลอดจนการจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในยุโรปและประสบการณ์ทำงานในเมืองต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย ในการสัมภาษณ์ออนไลน์ ผู้สมัครอธิบายว่าตนมีถิ่นกำเนิดในมาเลเซียและพำนักอยู่ในฟินแลนด์ แต่ปฏิเสธการย้ายมาญี่ปุ่นหรือเข้าทำงานที่ออฟฟิศ หรือตอบว่าจะยอมรับหากเป็นอีกครึ่งปีข้างหน้า และยืนกรานให้จ่ายค่าจ้างเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างการสัมภาษณ์มีการมองจอภาพอีกจอหนึ่งบ่อยครั้ง และบางครั้งได้ยินเสียงของผู้อื่นดังมาจากด้านหลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นและสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ เห็นว่ากลุ่มโจมตีไซเบอร์ WaterPlum และกิจกรรมการหาเงินตราต่างประเทศบางส่วนของคนงานไอทีเกาหลีเหนือ มีสำนักงานใหญ่ 313 ของพรรคแรงงานเกาหลีเป็นผู้เกี่ยวข้องในศูนย์กลาง และที่อยู่ไอพีที่ผู้โจมตีของกลุ่มดังกล่าว คนงานไอทีเกาหลีเหนือ และผู้สมัครที่ bitFlyer ใช้ มีความสอดคล้องกัน
impact 4

Meta เปิดตัว Muse เอเจนต์ AI พร้อมแพ็กเกจรายเดือน 20 และ 100 ดอลลาร์

Meta Platforms เปิดตัว Muse เอเจนต์ AI ที่สามารถส่งอีเมล ขายรถ และจองการเดินทางแทนผู้ใช้ได้ด้วยตนเอง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 เอเจนต์นี้พัฒนาตามแบบระบบโอเพนซอร์ส OpenClaw เปิดให้ใช้ครั้งแรกเฉพาะในสหรัฐฯ ผ่านแอปโดยเฉพาะหรือ WhatsApp และออกแบบมาให้เข้าถึงแอปต่างๆ ครอบคลุมหมวดอีเมล ปฏิทิน การชำระเงิน สุขภาพ การช้อปปิ้ง และบ้านอัจฉริยะ โดยเป็นหัวใจของกลยุทธ์ "ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงส่วนบุคคล" ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ Meta เปิดตัว Muse พร้อมแพ็กเกจฟรีและตัวเลือกสมัครสมาชิกรายเดือนที่ 20 และ 100 ดอลลาร์สำหรับผู้ใช้ที่ใช้งานหนัก โดยวางผลิตภัณฑ์นี้เป็นช่องทางรายได้ใหม่นอกเหนือจากโฆษณา การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังความล่าช้าจากเดือนเมษายนเพื่อปรับปรุงความปลอดภัย และ Meta ได้เพิ่มเอเจนต์ความปลอดภัยอัตโนมัติที่คอยตรวจสอบการทำงานของ Muse แม้การทดสอบภายในพบเหตุการณ์ที่ Muse เปิดเผยภาพถ่ายส่วนตัวใน iCloud และพนักงานรายงานว่าถูกออกจากระบบซ้ำๆ ระบบตรวจสอบล้มเหลว และประสิทธิภาพการทำงานไม่สม่ำเสมอ Meta คาดว่ารายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI จะเกิน 1.3 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ และพบเหตุการณ์ด้านเทคนิคและความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น 40% ขณะที่จำนวนกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ถือหุ้นลดลงเหลือ 254 รายในไตรมาสที่สอง จาก 262 รายในไตรมาสแรก แม้มูลค่าสถานะรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.375 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 4.17 หมื่นล้านดอลลาร์