กลุ่มฮามาสประกาศเงื่อนไขการปลดอาวุธหนักภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐเป็นตัวกลาง โดยระบุว่าจะดำเนินการต่อเมื่อมีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลอิสราเอลชุดปัจจุบันคัดค้านอย่างหนักแน่น ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กำหนดให้ฮามาสปลดอาวุธและส่งมอบอำนาจให้ฝ่ายบริหารปาเลสไตน์ ขณะที่อิสราเอลจะถอนกำลังทหารออกจากฉนวนกาซา และมีกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศเข้าประจำการ อย่างไรก็ตาม การนำไปปฏิบัติยังเผชิญอุปสรรค โดยอิสราเอลยืนยันว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการที่ฮามาสต้องปลดอาวุธก่อน ส่วนฮามาสกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงด้วยการโจมตีอย่างต่อเนื่อง การปลดอาวุธถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับฮามาสซึ่งกฎบัตรก่อตั้งเรียกร้องให้ต่อสู้ด้วยอาวุธ และกลุ่มมองว่าอาวุธเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร ด้านอิสราเอลไม่ต้องการถอนกำลังหรือประนีประนอมเพิ่มเติมก่อนการเลือกตั้งในเดือนตุลาคม โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูเผชิญศึกเลือกตั้งหนักหน่วงหลังถูกกล่าวหาว่าล้มเหลวในการป้องกันเหตุโจมตีเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 ข้อตกลงระบุว่ากระบวนการปลดอาวุธ การจัดเก็บอาวุธหนัก การยุติฐานผลิตอาวุธ และการปิดอุโมงค์จะเริ่มขึ้นหลังจากคณะกรรมการเทคโนแครตปาเลสไตน์ที่สหรัฐสนับสนุนเดินทางมาถึงและกองกำลังนานาชาติเข้าประจำการ โดยเชื่อมโยงกับการถอนกำลังของอิสราเอลจากพื้นที่ต่าง ๆ ปัจจุบันอิสราเอลควบคุมพื้นที่ประมาณ 60% ของฉนวนกาซาซึ่งส่วนใหญ่ถูกทำลายหนักและแทบไม่มีประชาชนอาศัยอยู่ ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ราว 2 ล้านคนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่เหลือ โดยหลายแสนคนต้องใช้ชีวิตในค่ายพักพิง เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่าจะไม่มีการถอนกำลังจนกว่ากลุ่มติดอาวุธจะปลดอาวุธและฉนวนกาซาถูกปลดจากสภาพพื้นที่ทางทหาร การส่งมอบอาวุธหนักรวมถึงการรื้อถอนอุโมงค์และโครงสร้างพื้นฐานทางทหารอื่น ๆ จะเกิดขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 200-350 วัน