สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ
การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตีทำให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกของราชอาณาจักรตกอยู่ในภาวะคุกคาม และเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียราว 3-4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่สัญญา ICE เบรนต์แตะระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันเกรดตะวันออกกลางอย่างมูร์บันและโอมานพุ่งขึ้นถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มีรายงานพบเปลวไฟและควันพวยพุ่งจากท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกซึ่งมีความจุ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเกิดเหตุโจมตีที่ต้องสงสัยว่าเป็นฝีมือของฮูตี โดยภาพถ่ายดาวเทียมของ Sentinel และ NASA แสดงให้เห็นไฟที่ยังลุกไหม้และความผิดปกติทางความร้อนในพื้นที่ดังกล่าว ซาอุดีอาระเบียรายงานว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบลดลงเหลือ 6.24 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวันจากเดือนกรกฎาคม และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1990 เนื่องจากเหตุขัดขวางที่นำโดยฮูตีรอบใหม่ทำให้การส่งออกลดลงราวหนึ่งในสาม ขณะที่กลุ่มโอเปกปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2026 ลงเหลือ 380,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 200,000 บาร์เรลต่อวันจากเมื่อเดือนก่อน และเป็นการปรับลดลงติดต่อกันเป็นครั้งที่ห้า พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2027 ว่าจะมีการฟื้นตัวของอุปสงค์ 2.36 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะเดียวกันโรงกลั่นในเอเชียหลายแห่งได้ขอให้ซาอุดีอาระเมโคกำหนดราคาน้ำมันดิบตามสัญญาระยะยาวปี 2027 อ้างอิงกับ ICE เบรนต์ หลังจากเหตุขัดขวางในช่องแคบฮอร์มุซทำให้ปริมาณน้ำมันที่ส่งมอบได้ลดลงเหลือ 3-4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และดันราคาน้ำมันดูไบและโอมานให้สูงกว่าเบรนต์ราว 18 ดอลลาร์