ผลกระทบต่อหุ้น 5
Jefferies Financial Group Inc
Citigroup Inc.อินเดียสามารถดึงเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศได้มากกว่า 7.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาเพียง 11 สัปดาห์ ผ่านมาตรการจูงใจเงินฝากสกุลต่างประเทศจากชาวอินเดียที่พำนักในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มกันชนทางการเงินและลดแรงกดดันต่อเงินรูปี โดยในจำนวนนี้กว่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์มาจากเงินฝากประเภท Foreign Currency Non-Resident (Bank) หรือ FCNR(B) ซึ่งกระทรวงการคลังอินเดียระบุว่าเป็นหนึ่งในปฏิบัติการระดมเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่และรวดเร็วที่สุดของประเทศ Nomura ประเมินว่าเงินฝากภายใต้โครงการอาจเพิ่มขึ้นแตะเกือบ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ก่อนมาตรการสิ้นสุดในวันที่ 31 สิงหาคม ขณะที่ Jefferies ประเมินว่ากระแสเงินไหลเข้าอาจสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งสูงกว่ามาตรการลักษณะเดียวกันในปี 2556 ที่ดึงเงินได้ประมาณ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ภายใน 3 เดือน มาตรการดังกล่าวเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ครอบคลุมทั้งเงินฝากสกุลต่างประเทศของชาวอินเดียในต่างแดน การกู้ยืมเงินตราต่างประเทศจากต่างประเทศของธนาคาร และการกู้ยืมเชิงพาณิชย์จากต่างประเทศ โดย Gaura Sengupta หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IDFC First Bank ระบุว่ากระแสเงินทุนที่ไหลเข้าช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ธนาคารกลางอินเดียสามารถเข้าแทรกแซงตลาดเงินเพื่อจำกัดความผันผวนของเงินรูปีได้ แม้ราคาพลังงานโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ อินเดียกำลังเผชิญแรงกดดันจากเงินทุนต่างชาติไหลออกอย่างหนัก โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นอินเดียสุทธิประมาณ 2.45 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนสิงหาคม และขาดดุลการค้าช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมขยายตัวเป็น 4.93 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 3.23 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้าพลังงานซึ่งคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 4 ของการนำเข้าทั้งหมดเพิ่มขึ้นเกือบ 22% ส่งผลให้เงินรูปีอ่อนค่าลงประมาณ 6.5% นับตั้งแต่ต้นปี Citi คาดว่าอินเดียจะเกินดุลบัญชีดุลการชำระเงินประมาณ 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2570 ลดลงจากประมาณ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อน โดยความท้าทายสำคัญจะเกิดขึ้นหลังมาตรการจูงใจสิ้นสุดลงในวันที่ 31 สิงหาคม เพราะทิศทางดุลการชำระเงินจะกลับมาขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน กระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จากต่างชาติ
Jefferies Financial Group Inc
Citigroup Inc.