เจบีเอส บริษัทแปรรูปเนื้อสัตว์รายใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศแต่งตั้งเวสลีย์ บาตีสตา ฟีลยู ทายาทตระกูลผู้ก่อตั้ง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 พร้อมรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่พลิกขาดทุนสุทธิ 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผิดจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีกำไร 379 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษทางกฎหมายและการเงิน แม้รายได้สุทธิจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม การเปลี่ยนซีอีโอและตัวเลขขาดทุนกดดันให้ราคาหุ้น JBS ในตลาดสหรัฐฯ ปิดร่วงลง 5.8% และลดลงต่ออีกประมาณ 2% หลังปิดตลาด บาตีสตา ฟีลยู วัย 34 ปี ปัจจุบันเป็นประธานบริหาร JBS ในสหรัฐฯ จะเข้ามารับตำแหน่งต่อจากชีลแบร์ตู โตมาโซนี ซึ่งบริหารมาตั้งแต่ปี 2561 และจะขยับไปเป็นรองประธานคณะกรรมการบริษัทและที่ปรึกษาอาวุโส นับเป็นการกลับมาบริหารสูงสุดโดยสมาชิกตระกูลผู้ก่อตั้งครั้งแรกในรอบ 8 ปี ซีอีโอใหม่ยืนยันความต่อเนื่องในการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าขยายการลงทุนในตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเชียเนีย พร้อมรุกตลาดสินค้ามูลค่าสูง ธุรกิจไข่ และอาหารทะเล ขณะที่บริษัทยังเผชิญความท้าทายจากอุปทานโคตึงตัวในสหรัฐฯ ซึ่งกดดันอัตรากำไรจนต้องปิดโรงงาน 2 แห่ง แต่คาดว่าสถานการณ์จะฟื้นตัวในไตรมาส 1 ปี 2570 หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าโคจากเม็กซิโก