การส่งออกน้ำมันเตาจากตะวันออกกลางคาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสี่เดือนในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากเดือนพฤษภาคม มาอยู่ที่ประมาณ 508,000 บาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลการติดตามเรือที่รอยเตอร์สตรวจสอบ ซาอุดีอาระเบียเพิ่มปริมาณการส่งออกจากท่าเรือยันบูในทะเลแดง อิรักเริ่มส่งออกน้ำมันเตาจากท่าเรือบานิยาสของซีเรียเป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม และแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 600,000 ตันในเดือนนี้ ส่วนโอมานคาดว่าจะส่งออกในปริมาณสูงสุดในรอบกว่าสองปี การส่งออกที่คาดการณ์ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเทียบเท่า 2.4 ล้านตัน ยังคงเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของระดับก่อนสงคราม ซึ่งตะวันออกกลางเคยส่งออกระหว่าง 5.5 ล้านถึง 6 ล้านตันต่อเดือน นักวิเคราะห์กล่าวว่าปริมาณอาจยังไม่กลับไปสู่ระดับก่อนสงครามในเร็วๆ นี้ เนื่องจากผู้ส่งออกยังคงระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยที่ปรึกษาจาก FGE NexantECA นาย ปาลาช เจน ระบุว่า การไหลของน้ำมันเตาผ่านช่องแคบฮอร์มุซคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วง 60 วันข้างหน้า แต่การฟื้นตัวไม่น่าจะมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียยังคงนำเข้าน้ำมันเตาจากรัสเซียในปริมาณสูง เนื่องจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทำให้อุปทานในประเทศสำหรับการผลิตไฟฟ้าลดลง