ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอยู่ในครึ่งล่างของกรอบ 70-110 ดอลลาร์ ซึ่งเป็น 'ช่วงสงคราม' ที่เกิดขึ้นหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางย่ำแย่ลง และคาดว่าการเคลื่อนไหวภายในกรอบนี้จะดำเนินต่อไปในระยะใกล้ ปัจจัยกดดันด้านล่าง ได้แก่ ความกังวลเรื่องอุปสงค์ที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการลดการปรับลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจของโอเปกพลัส ส่วนปัจจัยหนุนด้านบน ได้แก่ ความกังวลเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ย่ำแย่ลง และสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลง เป็นต้น นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่เวเนซุเอลาจะออกจากโอเปกอาจผลักดันให้องค์กร 'ไม่ฝักใฝ่ตะวันตก' มากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การยืดเยื้อของการปรับลดกำลังการผลิตร่วมกัน หรือการเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ สงครามกับอิหร่านทวีความรุนแรงในลักษณะ 'สงครามเศรษฐกิจ' โดยสหรัฐยังคงเพิ่มการคว่ำบาตร และภัยคุกคามจากอิหร่านในการปิดช่องแคบยังคงมีอยู่ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ราคาน้ำมันดิบจึงมีแนวโน้มสูงที่จะคงอยู่ในกรอบ 70-110 ดอลลาร์