นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัจจัยเสี่ยงด้านแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกิน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการเจรจากับสหรัฐอเมริกา หลังจากสหรัฐฯ ประกาศใช้อัตราภาษีตามมาตรา 301 กับประเทศคู่ค้ากว่า 60 ประเทศ โดยประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมจัดทำบัญชีสินค้าและอุตสาหกรรมเสี่ยง และพัฒนาระบบรับรองแหล่งที่มาและตรวจสอบย้อนกลับเพื่อยืนยันว่าสินค้าไทยไม่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ สำหรับประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักบูรณาการกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำบัญชีสินค้าเสี่ยง ตรวจสอบกำลังการผลิต ปริมาณสินค้าคงเหลือ มาตรการอุดหนุนของรัฐ แหล่งกำเนิดสินค้า และความเสี่ยงจากการสวมสิทธิหรือใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า พร้อมเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือผู้ประกอบการต้องมุ่งเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน พัฒนาเทคโนโลยี และเพิ่มมูลค่าสินค้า มากกว่าการสนับสนุนให้ขยายกำลังการผลิตหรือเพิ่มปริมาณสินค้าโดยไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ไทยถูกกล่าวหาเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน และกำชับให้ทุกหน่วยงานจัดทำมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบ กำหนดผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อใช้ประกอบการเจรจากับสหรัฐฯ และลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการและการส่งออกของไทย