Prima Marine Public Company LimitedFSU fleet runs at full 100% utilisation on rising demand for oil reserves amid Middle East conflict, driving expected Q3 2026 profit growth.

บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนายพชร รอดสมบูรณ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ เปิดเผยว่าได้ปัจจัยหนุนจากธุรกิจกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล หรือ FSU ที่มีอัตราการใช้เรือเต็ม 100% ตามความต้องการสำรองน้ำมันที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ขณะที่ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มีอัตราการใช้เรืออยู่ที่ 90% ส่วนเรือขนส่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่ หรือ VLCC มีอัตราการใช้เรือ 100% โดยส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาวแบบ Time Charter และเรือสนับสนุนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล หรือ OSV อยู่ที่ประมาณ 90% ด้านแผนขยายกองเรือ ปัจจุบัน PRM มีกองเรือรวม 71 ลำ และจะรับมอบเรือขนส่งน้ำมันในประเทศเพิ่มอีก 2 ลำในไตรมาส 4/2569 ส่งผลให้กองเรือรวมเพิ่มเป็น 73 ลำภายในสิ้นปี 2569 โดยเรือใหม่ทั้ง 2 ลำจะทดแทนเรือเก่าที่จำหน่ายออกไปในไตรมาส 2/2569 และมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น สำหรับการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง บริษัทระบุว่าสัญญาของธุรกิจเรือส่วนใหญ่เป็นรูปแบบ Cost Plus จึงสามารถปรับค่าบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงได้ พร้อมกันนี้ PRM เดินหน้าขยายธุรกิจเรือขนส่งเคมีเพื่อรองรับการขนส่งสารเคมี สารตั้งต้น ยาง ไบโอดีเซล และน้ำมันอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF เพื่อกระจายความเสี่ยงและรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานในระยะยาว
Prima Marine Public Company LimitedFSU fleet runs at full 100% utilisation on rising demand for oil reserves amid Middle East conflict, driving expected Q3 2026 profit growth.