nference conducted the medical-records analysis showing BPC-157 use rose 33-fold, but the article reports no financial or business impact on the firm.
ผลวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้นำเปปไทด์เชิงทดลอง BPC-157 มารักษาอาการป่วยหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งที่ยังแทบไร้หลักฐานยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิผลในมนุษย์ แม้สารนี้จะได้รับการสนับสนุนจากโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ และมีการโฆษณาออนไลน์ว่าช่วยบรรเทาปวด ฟื้นฟูร่างกาย ตลอดจนเสริมสมรรถภาพก็ตาม ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ ยังไม่อนุมัติ BPC-157 เป็นยา แต่สารนี้กลับได้รับความนิยมสูงในตลาดนอกระบบที่อาศัยช่องโหว่กฎหมาย โดยผู้ใช้ยังนิยมนำไปจับคู่กับเปปไทด์ TB-500 กลายเป็นสูตรผสมยอดฮิตที่เรียกกันว่า วูล์ฟเวอรีนสแต็ก เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการที่ปรึกษาของ FDA ได้ลงมติสนับสนุนให้ร้านยาสามารถนำ BPC-157 ไปปรุงยาเฉพาะรายตามใบสั่งแพทย์ได้ ตามแรงผลักดันของเคนเนดี ซึ่งสวนทางกับท่าทีเดิมของ FDA ที่เคยสั่งคุมเข้มการปรุงยาดังกล่าว ด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่าหากเปปไทด์กลุ่มนี้ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มูลค่าตลาดอาจพุ่งแตะ 2,000-3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การติดตามการใช้ BPC-157 ในการรักษาจริงเป็นเรื่องทำได้ยาก เนื่องจากสารดังกล่าวไม่มีรหัสยาประจำตัวในระบบของสหรัฐฯ ดังนั้นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล nference จึงหันไปตรวจสอบเวชระเบียนกว่า 15 ล้านฉบับ จนพบคนไข้ 1,039 ราย ที่แพทย์บันทึกไว้ว่าคนไข้มีการใช้เปปไทด์ดังกล่าว โดยยอดผู้ใช้รายใหม่เพิ่มขึ้น 33 เท่า ระหว่างปี 2563-2569 และในผู้ป่วย 644 รายที่บันทึกเหตุผลไว้ ส่วนใหญ่เริ่มใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด หรือรักษาอาการในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและอาการปวดเรื้อรัง โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้ยามาจากร้านขายยาปรุงเฉพาะราย หรือผู้ค้าเปปไทด์ในตลาดสีเทา เวงกี สุนทรราชัน หัวหน้าทีมวิจัยของ nference ชี้ว่าผลวิเคราะห์นี้สะท้อนกระแสความนิยมของ BPC-157 ได้ชัดเจนขึ้น แต่ภาพรวมยังไม่สมบูรณ์ เพราะยอดการใช้จริงน่าจะสูงกว่านี้มาก รายงานวิจัยฉบับนี้ซึ่งยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิระบุด้วยว่ามีผู้ป่วยเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่แพทย์บันทึกผลการรักษาเอาไว้ ส่วนผู้ป่วยที่เลิกใช้ยานั้น สาเหตุหลักมาจากแพทย์สั่งให้หยุดใช้ ขณะที่บางส่วนต้องหยุดเพราะเกิดผลข้างเคียง เช่น ความผิดปกติทางระบบประสาทและอารมณ์ อาการทางผิวหนัง และปัญหาในระบบทางเดินอาหาร
nference conducted the medical-records analysis showing BPC-157 use rose 33-fold, but the article reports no financial or business impact on the firm.