ธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางญี่ปุ่นกำลังเผชิญการตัดสินใจที่ยากลำบากว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวในงานสัมมนาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า แรงกดดันด้านราคาได้ขยายวงกว้างขึ้น และส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายนที่ประกาศเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งชะลอตัวลง ส่งผลให้ตลาดสัญญาซื้อขายดอกเบี้ยล่วงหน้าปรับลดความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมลงเหลือร้อยละ 12.3 ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้ผลิตในประเทศของญี่ปุ่นเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้นร้อยละ 7.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับราคาสินค้านำเข้าที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อทวีความรุนแรงขึ้น ในตลาดสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย มีการคาดการณ์ความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนตุลาคมไว้ที่ประมาณร้อยละ 70 แต่หากพิจารณาจากแนวโน้มราคาและอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนก็ยังคงเป็นทางเลือกที่อยู่ในขอบเขตการพิจารณา