ซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก หลังมีรายงานเหตุโจมตีด้วยโดรนเมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 ซึ่งคาดว่าถูกส่งมาจากอิรัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 107-108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับ 104.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่อส่งดังกล่าวเคยลำเลียงน้ำมันประมาณ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 4% ของอุปทานน้ำมันโลก ไปยังท่าเรือยานบูบนชายฝั่งทะเลแดง โดยยังไม่มีการเปิดเผยขอบเขตความเสียหายและระยะเวลาซ่อมแซมชัดเจน แหล่งข่าวบางรายประเมินว่าการซ่อมแซมอาจใช้เวลาราว 5-6 สัปดาห์ ขณะที่บางแหล่งระบุว่าอาจเร็วกว่านั้น และอาจกลับมาสูบน้ำมันได้บางส่วนระหว่างการซ่อมแซม หากท่อส่งไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง แหล่งข่าวประเมินว่าสต็อกน้ำมันที่ท่าเรือยานบูอาจเพียงพอสำหรับการส่งออกเพียง 5-7 วัน แม้พื้นที่ดังกล่าวมีความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันราว 35 ล้านบาร์เรล ขณะที่กลุ่มติดอาวุธฮูตี reported เข้าถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ เกาะเพริม เกาะฮานิช เมืองชายฝั่งโมคา และดูบับ ซึ่งอาจเพิ่มความสามารถในการควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญผ่านทะเลแดง บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าความขัดแย้งที่กลับมารุนแรงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น โดยคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2569 ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำแต่เชิงลบต่อกลุ่มโรงกลั่น พร้อมคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มพลังงานที่ “เท่ากับตลาด” โดยเลือก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เป็นหุ้นเด่น พร้อมคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 180 บาท