นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าทีมสุดซอย เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ทีมสุดซอยบูรณาการร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB ตรวจสอบและปราบปรามขบวนการกักตุนและลักลอบขนน้ำมันออกนอกระบบ หลังพบข้อมูลการซื้อขายน้ำมันผิดปกติในช่วงที่ผ่านมา จากการสุ่มตรวจข้อมูลย้อนหลังระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569 พบความผิดปกติของผู้ค้าน้ำมันคนกลาง หรือ Jobber รายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงการรายงานข้อมูลตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 โดยผู้ประกอบการมีการจัดตั้งบริษัทนายหน้าและใช้ร้านทำเล็บเป็นสถานประกอบการบังหน้าเพื่ออำพรางการดำเนินธุรกิจ ทีมสุดซอยร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดขยายผลตรวจสอบเส้นทางขนส่งน้ำมันจากใบกำกับการขนส่งจำนวน 170 ใบ ครอบคลุมพื้นที่ 23 จังหวัด พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการปลายทาง เรียกผู้ประกอบการเข้าชี้แจง และตรวจสอบข้อมูลจากระบบติดตามรถ หรือ GPS ผลการตรวจสอบพบว่าสถานีบริการปลายทางหลายแห่งยืนยันว่าไม่ได้รับน้ำมันตามที่ระบุในเอกสาร หรือได้รับน้ำมันไม่ครบตามจำนวน ขณะที่บางกรณีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดหมายปลายทางที่ระบุในเอกสารกลับเป็นเพียงพื้นที่รกร้างว่างเปล่า เจ้าหน้าที่พบใบกำกับการขนส่งที่มีความผิดปกติรวม 34 ใบ ส่งผลให้น้ำมันสูญหายออกจากระบบมากกว่า 800,000 ลิตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 28 ล้านบาท ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน กระทรวงพลังงานได้หารือร่วมกับ CIB กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. กรมการค้าภายใน กรมสรรพากร และกรมศุลกากร ก่อนมีมติให้แจ้งความดำเนินคดี โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ เป็นผู้รับผิดชอบคดี เบื้องต้นผู้ประกอบการรายดังกล่าวอาจเข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และประมวลกฎหมายอาญา พร้อมกันนี้กระทรวงพลังงานได้ประสานกรมสรรพากรและกรมศุลกากรตรวจสอบความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงขยายผลไปยังผู้ค้าน้ำมันรายอื่นที่อาจมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกัน