ราคาน้ำตาลปรับตัวลงจากแรงเทขายทำกำไร หลังพุ่งขึ้นแรงในเดือนสิงหาคม โดยสัญญาน้ำตาลดิบโลกนิวยอร์กเดือนตุลาคม ปรับลง 0.35 และสัญญาน้ำตาลทรายขาวลอนดอนเดือนตุลาคม ปรับลง 4.10 ก่อนหน้านี้ สัญญาทั้งสองทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 1 ปี 3 เดือน การพุ่งขึ้นครั้งนี้เกิดจากความกังวลว่าผลผลิตน้ำตาลโลกจะลดลงจากสภาพอากาศ โดยภัยแล้งและอากาศร้อนในยุโรปจะทำให้ผลผลิตน้ำตาลของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรลดลงเหลือ 14.98 ล้านตันในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี ตามรายงานของเอสแอนด์พี โกลบอล เอ็นเนอร์จี ผลผลิตน้ำตาลที่ลดลงในบราซิลก็เป็นปัจจัยหนุนเช่นกัน หลังจากยูนิการายงานว่าผลผลิตน้ำตาลในภูมิภาคตอนกลาง-ใต้ของบราซิลเดือนมิถุนายนลดลงร้อยละ 26.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 3.903 ล้านตัน นับตั้งแต่ทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือน 1 สัปดาห์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ราคาน้ำตาลพุ่งขึ้นจากแนวโน้มอุปทานที่ตึงตัวขึ้นในอนาคต โดยคอฟริก อะนาลิติกส์คาดว่าตลาดน้ำตาลโลกจะขาดดุล 300,000 ตันในปี 2569/70 เทียบกับที่เคยคาดเกินดุล 100,000 ตันในเดือนมิถุนายน กรีนพูล คอมโมดิตี้ สเปเชียลลิสต์ปรับเพิ่มคาดการณ์ขาดดุลน้ำตาลโลกปี 2569/70 เป็น 3.3 ล้านตัน จากประมาณการ 1.76 ล้านตันในเดือนมิถุนายน และสโตนเอ็กซ์ปรับเพิ่มคาดการณ์ขาดดุลน้ำตาลโลกปี 2569/70 เป็น 1.7 ล้านตัน จากประมาณการ 550,000 ตันในเดือนพฤษภาคม