ศุภวุฒิเตือนไทยเสี่ยงโตช้าขาดดุลบัญชีเดินสะพัด จับตาภาษีสหรัฐฯ-ฟองสบู่ AI

MacroDigital Finance
โดย HoonSmart·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เตือนว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 1.9% โดยการส่งออกโต 12.5% แต่การนำเข้าพุ่ง 24% ทำให้ไทยมีแนวโน้มขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้นและกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ ธปท. ปรับลดประมาณการ GDP ปีหน้าลงเหลือ 1.8% จากเดิม 2.1% ไทยยังเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานนำเข้า โดยหากราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ย 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ค่าใช้จ่ายนำเข้าพลังงานจะคิดเป็น 10% ของ GDP และหากยืนเหนือ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล GDP อาจหายไปถึง 3% ในเชิงโครงสร้าง ประชากรไทยจะลดเหลือ 64 ล้านคนในปี 2040 และแรงงานวัยทำงานหายไป 4.7 ล้านคน ซึ่ง World Bank ประเมินว่าจะฉุด GDP และรายได้ต่อหัวลง 0.86% ต่อปี แม้ธนาคารพาณิชย์ไทยมี BIS Ratio สูงถึง 20.7% และ NPL Coverage Ratio สูงถึง 173% แต่สินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่อง 14 ไตรมาสจากปัญหา NPL สูง ไทยต้องปรับสู่การแปรรูปอาหารและภาคบริการ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี เช่น Hard Disk Drive, PCB, OSAT และ Photonics ในเดือนกันยายนนี้ ไทยจะเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อทำข้อตกลง Agreement on Reciprocal Trade และเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป แต่ยังเสี่ยงถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่มในประเด็นแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกิน เศรษฐกิจสหรัฐฯ เองมีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อ GDP สูงถึง 3.3% และแนวโน้มออกพันธบัตรรัฐบาลเกือบเทียบเท่า 100% ของ GDP ท่ามกลางแรงซื้อจากต่างชาติที่ลดลง ซึ่งจะดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นทั่วโลก ขณะที่ตลาดเริ่มกังวลเรื่องความเปราะบางทางการเงินจากการลงทุนเกินขนาดและการพึ่งพาเงินทุนหมุนเวียนกันเองในกลุ่มเทคโนโลยี หากมูลค่าการลงทุนใน AI พุ่งเกิน 3-4 ล้านล้านดอลลาร์ โดยบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อสร้างรายได้ที่คุ้มค่า อาจนำไปสู่ความเสี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจในวงกว้าง

ผลกระทบต่อหุ้น 0