ครม.ไต้หวันไฟเขียวงบกลาโหมปี 2570 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3.51 หมื่นล้านดอลลาร์

GeopoliticsMacro Impact 4
โดย Money & Banking·TW·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

คณะรัฐมนตรีไต้หวันอนุมัติงบประมาณด้านกลาโหมสำหรับปี 2570 วงเงินสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.12 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 3.51 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 3.01% ของ GDP สะท้อนความพยายามเสริมศักยภาพทางทหารเพื่อป้องปรามจีน ท่ามกลางกิจกรรมทางทหารของปักกิ่งรอบเกาะที่เพิ่มขึ้น งบประมาณส่วนหนึ่งรวมอยู่ในร่างงบประมาณรัฐบาลกลางวงเงิน 3.93 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนที่เหลือมาจากงบประมาณพิเศษ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ตั้งเป้าเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมให้แตะ 3% ของ GDP นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2567 ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรียังอนุมัติแผนแจกเงินประชาชนคนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มการขยายตัวของ GDP ปีหน้าประมาณ 0.35 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่แผนการใช้จ่ายทั้งหมดต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก และอาจเผชิญความล่าช้าเช่นเดียวกับงบประมาณปี 2569 ที่เพิ่งผ่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังล่าช้ายาวนานที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3impact 4

สหรัฐฯ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ แทนที่ฉบับปี 1951

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐฯ ขยายบทบาททางทหารและความมั่นคงบนเกาะกรีนแลนด์ได้อย่างถาวร พร้อมสกัดการแผ่อิทธิพลของชาติที่เป็นปรปักษ์ โดยคาดว่าจะมีการลงนามร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า และข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลงว่าด้วยการป้องกันกรีนแลนด์ปี 1951 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ตั้งฐานทัพหรือส่งกำลังทหารเข้าประจำการในกรีนแลนด์ รวมถึงห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรเข้าไปลงทุนในการทำเหมืองแร่และแร่สำคัญ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ดูเหมือนมีเป้าหมายเพื่อสกัดจีนหรือรัสเซียไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรหรือตั้งฐานที่มั่นทางทหารในกรีนแลนด์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความย้ำว่าสหรัฐฯ จะสามารถดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างเสถียรภาพและปกป้องดูแลความมั่นคงของกรีนแลนด์ รวมถึงสหรัฐฯ และยืนยันว่าไม่ใช่การถ่ายโอนอธิปไตยหรือยกดินแดนให้สหรัฐฯ ขณะที่เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ยืนยันการบรรลุข้อตกลงผ่านแถลงการณ์ร่วม โดยเฟรเดอริกเซนระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในเขตอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ พร้อมรับรองอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก รวมถึงสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองของชาวกรีนแลนด์
2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
3impact 4

สหรัฐฯ ผ่านกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย เก็บภาษีสูงสุด 100% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันดิบ

เมื่อวันที่ 18 ที่สหรัฐฯ กฎหมายที่กำหนดให้เก็บภาษีคว่ำบาตรสูงสุด 100% กับประเทศสำคัญที่ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของรัสเซียซึ่งยังคงรุกรานยูเครนได้ผ่านความเห็นชอบ และประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าว กฎหมายนี้กำหนดให้เก็บภาษีสูงสุด 100% กับ 5 ประเทศชั้นนำที่ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย โดยมีจีนและอินเดียเป็นเป้าหมายหลัก นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับประเทศที่ช่วยรัสเซียหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน สำหรับก๊าซธรรมชาตินั้น ได้กำหนดข้อยกเว้นให้ประเทศที่ปริมาณนำเข้าจากรัสเซียต่ำกว่า 15% ของปริมาณส่งออกต่อปีของรัสเซีย และได้ดำเนินมาตรการลดการซื้อแล้ว ไม่อยู่ในข่ายถูกคว่ำบาตร