SK Hynix IncMentioned as potential US investment target, but no concrete decision.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังผลักดันให้เกิดการเจรจาครั้งใหม่กับ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ โดยหวังจัดการประชุมระดับผู้นำเร็วที่สุดช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้เริ่มเผชิญแรงเสียดทานมากขึ้นจากประเด็นการค้า การลงทุน และความมั่นคง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์สั่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐลดระดับการซ้อมรบร่วมประจำปีกับเกาหลีใต้ โดยระบุว่าการซ้อมดังกล่าวไม่เหมาะสมต่อคิม ซึ่งทรัมป์เรียกว่าเป็นเพื่อนที่ดีของเขา พร้อมตำหนิเกาหลีใต้ว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนสหรัฐในประเด็นอิหร่านมากเพียงพอ เพียงหนึ่งวันต่อมา ทรัมป์เปิดเผยว่า คิมได้ตอบรับการติดต่อเพื่อหารือของเขาแล้ว พร้อมเรียกความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่าเป็นพัฒนาการที่เป็นบวกอย่างมาก ด้านประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อความล่าช้าในการเจรจากับสหรัฐเกี่ยวกับความต้องการของโซลในการจัดหาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำแรก โดยเรียกร้องให้เร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่า ยิ่งเกาหลีใต้สามารถสร้างความแข็งแกร่งด้วยตัวเองได้มากเท่าใด คุณค่าและความจำเป็นของพันธมิตรระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสหรัฐว่า เกาหลีใต้ดำเนินการตามคำมั่นลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์ ล่าช้าเกินไป และมีรายงานว่าสหรัฐต้องการให้บริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของเกาหลีใต้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจการลงทุนดังกล่าว ซึ่งอาจหมายถึงการเพิ่มโรงงานของ Samsung Electronics หรือ SK Hynix บนแผ่นดินสหรัฐฯ แนวทางดังกล่าวอาจขัดกับแผนของรัฐบาลอีที่ต้องการสร้างศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI เพิ่มเติมภายในประเทศ Mason Richey ศาสตราจารย์จาก Hankuk University of Foreign Studies เตือนว่า หากทรัมป์เดินหน้าเจรจากับคิมโดยที่รัฐบาลอีไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ เกาหลีใต้อาจมีอิทธิพลจำกัดต่อกระบวนการทางการทูตที่ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของประเทศ ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้ประกาศว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน จะเดินทางเยือนกรุงโซลในสัปดาห์นี้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี เพื่อหารือเกี่ยวกับเกาหลีเหนือและประเด็นระหว่างประเทศอื่น ๆ ทรัมป์เคยพบและเจรจากับคิมถึง 3 ครั้งในช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก แต่การเจรจาไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้นำเกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ได้ นับจากนั้น คิมกระชับความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และระบุว่า จะกลับเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐก็ต่อเมื่อสหรัฐยอมรับเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการในฐานะประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ถาวร โดย Bloomberg Economics ประเมินว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือสามารถสร้างรายได้จากต่างประเทศได้สูงถึง 22,000 ล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2565-2568 แม้ต้องเผชิญมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ ฝ่ายค้านเกาหลีใต้โจมตีรัฐบาลอีว่า กำลังเผชิญหายนะทางการทูต โดย Jang Dong-hyuk หัวหน้าพรรค People Power Party เตือนว่า หากสถานการณ์ดำเนินต่อไป รัฐบาลเกาหลีเหนืออาจยิ่งแข็งแกร่ง ขณะที่พันธมิตรสหรัฐฯ-เกาหลีใต้อาจอ่อนแอลง และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ทรัมป์อาจผลักดันให้ถอนทหารสหรัฐออกจากเกาหลีใต้ ความกังวลเพิ่มขึ้นหลังการลดระดับการซ้อมรบร่วมเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ USS George Washington ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐเพียงลำเดียวที่ประจำอยู่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ถูกส่งไปยังตะวันออกกลาง สะท้อนแรงกดดันต่อกำลังทหารสหรัฐ จากปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือ การที่ทรัมป์แสดงท่าทีต้องการกลับไปเจรจากับคิมอาจไม่ได้มีเป้าหมายด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อกดดันเกาหลีใต้ในประเด็นการค้าและการลงทุน ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เปิดไฟเขียวให้เกาหลีใต้เดินหน้าความต้องการมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำแรก หลังโซลตกลงแพ็กเกจลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่จำกัดภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ไว้ที่ 15% อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังแทบไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนทั้งเรื่องการลงทุนและเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐกล่าวหาเกาหลีใต้ว่าเลือกปฏิบัติต่อบริษัทสหรัฐเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองพันธมิตร แม้จะมีความขัดแย้งหลายด้าน นักวิเคราะห์มองว่า ความสัมพันธ์สหรัฐ-เกาหลีใต้ยังไม่น่าถึงขั้นแตกหัก เนื่องจากพันธมิตรระหว่างสองประเทศมีรากฐานด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์เดินหน้าเข้าหาคิมพร้อมกับเพิ่มแรงกดดันต่อโซล ทำให้เกาหลีใต้ต้องเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งการรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี และความเชื่อมั่นต่อสหรัฐในฐานะพันธมิตรระยะยาว
SK Hynix IncMentioned as potential US investment target, but no concrete decision.
Samsung Electronics Co LtdMentioned as potential US investment target, but no concrete decision.