ทรัมป์คืนชีพกำแพงภาษี 60 คู่ค้า อ้างสกัดแรงงานบังคับ ไทยโดน 12.5%

GeopoliticsMacro Impact 5
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

สหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่กับชาติคู่ค้า 60 ประเทศ ในอัตรา 10% และ 12.5% โดยไทย เวียดนาม และจีน ถูกเก็บที่ 12.5% มีผลเวลา 11.01 น. วันนี้ตามเวลาไทย หลังการสอบสวนที่อ้างว่าประเทศเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานการผลิตได้ มาตรการภาษีรอบนี้นับเป็นความพยายามสร้างกำแพงภาษีทางการค้าระลอกใหญ่สุดของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำพิพากษาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ให้รัฐบาลเพิกถอนมาตรการภาษีตอบโต้ที่ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้วในอัตรา 10-50% โดยสินค้าจากคู่ค้าประมาณ 10 ประเทศที่ถูกระบุว่ามีมาตรการควบคุมแรงงานบังคับจะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ซึ่งรวมถึงเม็กซิโก สหราชอาณาจักร แคนาดา และอินเดีย สินค้าจากสหภาพยุโรปและไต้หวันจะถูกเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% ขณะที่สินค้าจากญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ จะถูกเรียกเก็บขั้นต่ำในอัตรา 12.5% ภายใต้เงื่อนไขที่สอดคล้องกับข้อตกลงทางการค้าที่ประเทศเหล่านี้ทำไว้กับสหรัฐฯ ส่วนสินค้าจากหลายสิบประเทศรวมถึงไทย จีน และเวียดนาม จะเผชิญภาษีนำเข้าในอัตรา 12.5% มาตรการภาษีใหม่จะเริ่มมีผลในวันศุกร์ เวลา 00.01 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือ 11.01 น. วันนี้ตามเวลาประเทศไทย โดยจะไม่ครอบคลุมสินค้าบางรายการที่ถูกบรรทุกขึ้นเรือก่อนช่วงเวลาดังกล่าว มาตรการภาษีรอบใหม่อาศัยอำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งสหรัฐฯ นำมาใช้แทนมาตรา 122 ของกฎหมายฉบับเดียวกันที่กำลังจะสิ้นสุดลง เพื่อรับมือวิกฤติด้านดุลการชำระเงิน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้เป็นเวลา 150 วันหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ด้านเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯ มีคำสั่งห้ามนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับมาเกือบหนึ่งศตวรรษ และบังคับใช้อย่างเข้มงวด ถึงเวลาแล้วที่ประเทศคู่ค้าจะต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3impact 4

สหรัฐฯ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ แทนที่ฉบับปี 1951

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐฯ ขยายบทบาททางทหารและความมั่นคงบนเกาะกรีนแลนด์ได้อย่างถาวร พร้อมสกัดการแผ่อิทธิพลของชาติที่เป็นปรปักษ์ โดยคาดว่าจะมีการลงนามร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า และข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลงว่าด้วยการป้องกันกรีนแลนด์ปี 1951 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ตั้งฐานทัพหรือส่งกำลังทหารเข้าประจำการในกรีนแลนด์ รวมถึงห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรเข้าไปลงทุนในการทำเหมืองแร่และแร่สำคัญ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ดูเหมือนมีเป้าหมายเพื่อสกัดจีนหรือรัสเซียไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรหรือตั้งฐานที่มั่นทางทหารในกรีนแลนด์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความย้ำว่าสหรัฐฯ จะสามารถดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างเสถียรภาพและปกป้องดูแลความมั่นคงของกรีนแลนด์ รวมถึงสหรัฐฯ และยืนยันว่าไม่ใช่การถ่ายโอนอธิปไตยหรือยกดินแดนให้สหรัฐฯ ขณะที่เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ยืนยันการบรรลุข้อตกลงผ่านแถลงการณ์ร่วม โดยเฟรเดอริกเซนระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในเขตอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ พร้อมรับรองอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก รวมถึงสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองของชาวกรีนแลนด์
impact 4

จีนเรร์แตร์กรุ๊ปเจรจาซื้อกิจการเชิ่งเหอทรัพยากร

แหล่งข่าวสองรายเปิดเผยว่า จีนเรร์แตร์กรุ๊ป ผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ของรัฐบาลจีน กำลังเดินหน้าหารือเพื่อเข้าซื้อกิจการเชิ่งเหอทรัพยากร การเจรจาเริ่มขึ้นในปีนี้ โดยจีนเรร์แตร์กรุ๊ปต้องการเข้าถือหุ้นระดับควบคุม หากดีลนี้สำเร็จ หุ้นของบริษัทต่างประเทศที่เชิ่งเหอถืออยู่ โดยเฉพาะหุ้นร้อยละ 3 ในเอ็มพี แมทีเรียลส์ บริษัทแร่หายากสัญชาติอเมริกัน จะถูกโอนย้ายไปด้วย ทำให้จีนเรร์แตร์กรุ๊ปเข้าไปลงทุนในเอ็มพี ซึ่งมีกระทรวงกลาโหมสหรัฐเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด หากการเข้าซื้อสำเร็จ บริษัทเหมืองแร่และกลั่นแร่หายากรายใหญ่รายสุดท้ายของจีนที่มีผู้ถือหุ้นเอกชนบางส่วน จะเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มของจีนเรร์แตร์กรุ๊ป ปิดฉากความพยายามนานหลายทศวรรษในการรวมภาคส่วนนี้ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ เมื่อปีที่แล้วเชิ่งเหอได้เข้าซื้อกิจการพีค เรร์เอิร์ธ ของออสเตรเลีย แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่าหากดีลนี้สำเร็จ เชิ่งเหอจะสามารถขอโควตาจัดสรรที่รัฐบาลจีนใช้บริหารอุปทานได้ง่ายขึ้น ทั้งจีนเรร์แตร์กรุ๊ป เชิ่งเหอทรัพยากร และกระทรวงพาณิชย์จีน ต่างไม่ตอบสนองต่อคำขอความเห็น
impact 4

ทรัมป์-สี จิ้นผิง หารือการค้าที่วอชิงตัน จับตาเกษตร พลังงาน แร่หายาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตรียมหารือการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 ก.ย. โดยการค้าสินค้าเกษตร พลังงาน และแร่หายาก เป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในสงครามการค้าและมีแนวโน้มถูกหยิบยกขึ้นหารืออีกครั้ง ในด้านสินค้าเกษตรซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของสหรัฐฯ ไปยังจีน มูลค่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 จีนตกลงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ปีละ 25 ล้านตันจนถึงปี 2571 ตามข้อมูลของทำเนียบขาว และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าจีนยังตกลงซื้อสินค้าเกษตรประเภทอื่นเพิ่มอีก 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่งของทรัมป์เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่าอาจมีการประกาศมาตรการจูงใจเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ให้แก่จีน ด้านพลังงาน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันอังคารที่ 15 ก.ย. ว่าภาษีพลังงานอาจเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจลดภาษีต่างตอบแทนมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมีการส่งสัญญาณไว้หลังการประชุมสุดยอดในเดือนพ.ค. แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ ขณะที่การนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ ในช่วงปี 2563-2567 มีมูลค่าระหว่าง 7.5 พันล้านดอลลาร์ถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ส่วนประเด็นแร่หายากซึ่งจีนควบคุมการผลิตและจำกัดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ โดยรอยเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามคำมั่นที่จะรักษาการส่งมอบวัตถุดิบสำคัญเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และก่อนการประชุมสุดยอดครั้งนี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน พร้อมขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม โดยทรัมป์กล่าวว่าจะพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนหลังการเยือนกรุงปักกิ่ง