ผลกระทบต่อหุ้น 0
ผลกระทบต่อธีม 1
บริษัทนอก coverage
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ประกาศความพร้อมให้การรับรองสินค้า Made in Thailand หรือ MiT แก่ผู้ประกอบการใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย หลังคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ หรือ กอช. มีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ต่อข้อเสนอกลไกยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมเศรษฐกิจผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยมุ่งเน้น 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเศรษฐกิจมูลค่าสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมระบบราง และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ สำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีงบประมาณด้านการเสริมสร้างกำลังกองทัพในปี พ.ศ. 2569 มูลค่า 34,076 ล้านบาท และมีการนำเข้าในปี พ.ศ. 2568 ประมาณ 83,518 ล้านบาท แต่รัฐจัดซื้อจากผู้ประกอบการในประเทศเพียง 2% เท่านั้น ขณะที่อุตสาหกรรมระบบราง กระทรวงคมนาคมมีแผนจัดซื้อระบบรางช่วงปี พ.ศ. 2567-2577 รวมหัวรถจักร ตู้โดยสาร และตู้สินค้า มูลค่ารวม 203,860 ล้านบาท ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ในปี พ.ศ. 2568 มีการนำเข้าสูงถึง 95,185 ล้านบาท เทียบกับฐานงบประมาณจากการเบิกจ่ายของ 3 กองทุนหลักประกันสุขภาพภาครัฐรวมกว่า 35,000 ถึง 42,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี พ.ศ. 2565-2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หากภาครัฐเปลี่ยนนโยบายจากการนำเข้ามาเป็นการจัดซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศ จะช่วยลดการใช้เงินตราต่างประเทศ หมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ และขยายศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดส่งออก ทั้งนี้ สินค้าที่ผ่านการรับรอง MiT จะได้แต้มต่อทางราคา 5% ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดย ส.อ.ท. กำหนดหลักเกณฑ์ออกใบรับรองไว้ 4 สูตร รองรับรูปแบบการผลิตที่หลากหลาย ผู้ประกอบการที่พร้อมเข้าสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสามารถยื่นขอรับการรับรอง MiT ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
5impact 4
สหรัฐ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์ ปิดดีลความมั่นคง เปิดทางกองทัพสหรัฐฯ ประจำการถาวร
เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยืนยันว่าข้อตกลงด้านความมั่นคงที่อยู่ระหว่างการจัดทำร่วมกับสหรัฐอเมริกาจะไม่กระทบต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ มีบทบาทควบคุมด้านความมั่นคงของกรีนแลนด์ในระยะยาว โดยข้อตกลงจะเปิดทางให้กองทัพสหรัฐฯ เพิ่มบทบาทและการประจำการในกรีนแลนด์อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกำหนดข้อจำกัดไม่ให้ประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นคู่แข่งเข้ามาจัดตั้งฐานทัพ หรือดำเนินการลงทุนในกิจการที่ถูกจัดว่า อ่อนไหว โดยไม่มีความเห็นชอบจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีสิทธิด้านการบินผ่าน การเข้าถึง และการตั้งฐานในกรีนแลนด์อยู่แล้วภายใต้ข้อตกลงตั้งแต่ปี 2494 และข้อตกลงฉบับใหม่จะยกระดับสิทธิดังกล่าวให้มีลักษณะถาวรมากขึ้น ครอบคลุมถึงการจำกัดประเทศนอกกลุ่ม NATO ไม่ให้ตั้งฐานทัพในกรีนแลนด์ รวมถึงการคัดกรองการลงทุนบางประเภท โดยคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า ด้านนายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ย้ำว่าข้อตกลงยังรับรองอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงสิทธิของประชาชนกรีนแลนด์ในการกำหนดอนาคตของตนเอง ขณะที่ NATO ระบุว่ายินดีต่อข้อตกลง โดยมองว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาคอาร์กติก ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปประกาศแผนลงทุนในกรีนแลนด์วงเงิน 200 ล้านยูโร หรือราว 232 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งไปที่แร่สำคัญ การสื่อสารผ่านดาวเทียม และพลังงานหมุนเวียน พร้อมเสนอเพิ่มงบสนับสนุนกรีนแลนด์ในช่วงปี 2571-2579 เป็น 530 ล้านยูโร จาก 225 ล้านยูโรในกรอบงบประมาณปัจจุบัน
▲impact 4
สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ยูเครน 2.7 พันล้านดอลลาร์
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติข้อเสนอขายอาวุธทางทหารให้ยูเครนวงเงินสูงสุด 2.7 พันล้านดอลลาร์ ตามหนังสือแจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยแพ็กเกจนี้ครอบคลุมการยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศ อาวุธยุทโธปกรณ์ ตลอดจนอุปกรณ์และบริการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยขีปนาวุธเลียนแบบ S-300 ขีปนาวุธ GAM-67 จรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์พิสัยยิงไกลขึ้น ชุดดัดแปลงเครื่องยิงและระบบยิงเคลื่อนที่ รวมถึงเรดาร์ต่อต้านโดรน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย หากการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ยูเครนจะใช้เงินสนับสนุนจากประเทศยุโรปร่วมกับงบประมาณกองทุนสนับสนุนการจัดหาอาวุธทางทหารแก่ต่างประเทศ หรือ Foreign Military Financing ของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการจัดสรรไว้ในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ สำหรับการซื้อขายครั้งนี้จะถูกนับเป็นเงินสมทบทุนให้แก่กองทุนเพื่อการลงทุนเพื่อฟื้นฟูยูเครน หรือ Ukraine Reconstruction Investment Fund ภายใต้ข้อตกลงชดเชยเงินคืนในอัตรา 1 ต่อ 1 ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงด้านแร่ธาตุที่สหรัฐฯ และยูเครนลงนามร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ ข้อเสนอขายอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักภาระค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนยูเครนให้ประเทศยุโรปรับผิดชอบมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ทรัมป์ระบุว่าจะขอให้ประเทศยุโรปชดใช้เงินแก่สหรัฐฯ สำหรับความช่วยเหลือทางทหารและกระสุนที่สหรัฐฯ เคยส่งมอบให้ยูเครน และยังมีขึ้นหลังทรัมป์ลงนามในกฎหมายเมื่อวันศุกร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ขณะที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อต้นปี 2565 และทรัมป์เคยให้คำมั่นว่าจะยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป แม้ผ่านพ้นช่วง 20 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาแล้ว