เศรษฐกิจอังกฤษกำลังเผชิญภาวะ K-Shaped ที่ความเหลื่อมล้ำขยายกว้างขึ้น โดยครัวเรือนรายได้น้อยต้องควักเงินเก็บออกมาใช้ ขณะที่กลุ่มมั่งคั่งยังคงขับเคลื่อนการบริโภคได้อย่างแข็งแกร่ง ตัวเลขเงินฝากใหม่เดือนมิถุนายนลดลง 20% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า เหลือเพียง 6,300 ล้านปอนด์ สะท้อนว่าครัวเรือนอังกฤษกำลังถูกบีบให้ใช้เงินออมที่สะสมไว้ตั้งแต่หลังโควิด-19 เพื่อประคองชีวิตประจำวัน ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงจนกดดันต้นทุนผ่อนชำระที่อยู่อาศัยและเงินเฟ้อที่กัดกินอำนาจซื้อ อย่างไรก็ตาม ยอดขายปลีกและการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยังขยายตัวอย่างน่าประหลาดใจ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราว เช่น สภาพอากาศแจ่มใสและกระแสฟุตบอลโลก โดยกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงสุด 20% ซึ่งขับเคลื่อนการใช้จ่ายในประเทศมากถึง 40% ยังคงมีศักยภาพในการจับจ่ายสินค้าพรีเมียมและการท่องเที่ยว ในขณะที่ครัวเรือนระดับปานกลางและรายได้น้อยต้องดิ้นรนกับค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า และค่าเดินทางที่สูงขึ้น อัตราการออมของภาคครัวเรือนลดลงเหลือต่ำกว่า 9% และเงินฝากใหม่ที่เพิ่มขึ้นในรูปเงินสดมากกว่าเงินฝากระยะยาวบ่งชี้ว่าประชาชนมีแผนนำเงินออกมาใช้ในอนาคตอันใกล้ นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าการพึ่งพาเงินออมสำรองอาจเป็นเพียงกลยุทธ์ระยะสั้น และหากความขัดแย้งยืดเยื้อจนเงินออมหมดลง เศรษฐกิจอังกฤษอาจเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างแท้จริง