อังกฤษเผชิญการขาดดุลงบประมาณอย่างเหนือความคาดหมายในเดือนกรกฎาคม หลังรายจ่ายของรัฐบาลสูงกว่ารายรับ 1.8 พันล้านปอนด์ หรือราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนข้อจำกัดทางการคลังที่เพิ่มขึ้น ก่อนรัฐบาลชุดใหม่เตรียมเปิดเผยงบประมาณสำคัญในช่วงปลายเดือนตุลาคม สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษเปิดเผยว่า รัฐบาลขาดดุล 1.8 พันล้านปอนด์ในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 700 ล้านปอนด์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับทั้งนักเศรษฐศาสตร์และสำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณที่คาดว่างบประมาณเดือนดังกล่าวจะอยู่ในภาวะสมดุล โดยปกติเดือนกรกฎาคมถือเป็นเดือนที่รัฐบาลอังกฤษมีรายรับจากภาษีค่อนข้างแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนและภาคธุรกิจชำระภาษีเงินได้แบบประเมินตนเองรอบสำคัญ ข้อมูลล่าสุดยิ่งตอกย้ำความเปราะบางของฐานะการคลัง ก่อนรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Andy Burnham เตรียมเปิดเผยทิศทางนโยบายเศรษฐกิจผ่านการจัดทำงบประมาณในวันที่ 28 ตุลาคม ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ รัฐบาลอังกฤษกู้ยืมแล้ว 56.7 พันล้านปอนด์ สูงกว่าที่สำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณประเมินไว้ประมาณ 2.3 พันล้านปอนด์ แม้ Burnham จะให้คำมั่นว่าจะรักษาวินัยทางการคลังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด แต่บรรดานักลงทุนยังรอดูรายละเอียดของนโยบาย หลังรัฐบาลประกาศเป้าหมายที่อาจต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งการปฏิรูประบบดูแลสังคมและการฟื้นโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของท้องถิ่น Martin Beck หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ WPI Strategy ระบุว่า ตัวเลขล่าสุดเป็นเครื่องเตือนว่า พื้นที่ทางการคลังของอังกฤษยังตึงตัวอย่างมาก และรัฐบาลต้องเผชิญโจทย์สำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการผลักดันนโยบาย การรักษาความเชื่อมั่นของตลาด และการทำให้ฐานะการคลังกลับมาอยู่บนเส้นทางที่ยั่งยืน สถานการณ์ยิ่งท้าทายจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่เศรษฐกิจอังกฤษยังเผชิญความผันผวนของตลาดพลังงานจากสงครามอิหร่าน ซึ่งอาจกัดกินพื้นที่ทางการคลังที่รัฐบาลมีอยู่ไม่มากนัก แม้ด้านรายรับจะทำสถิติแข็งแกร่ง โดยรายได้จากภาษีเงินได้แบบประเมินตนเองแตะ 1.71 หมื่นล้านปอนด์ สูงที่สุดสำหรับเดือนกรกฎาคมนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูล ส่งผลให้รายรับรวมของรัฐบาลเพิ่มขึ้นเกือบ 5 พันล้านปอนด์จากปีก่อน เป็น 1.043 แสนล้านปอนด์ แต่รายรับที่เพิ่มขึ้นยังไม่เพียงพอชดเชยแรงกดดันด้านรายจ่าย เนื่องจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทำให้รัฐบาลต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มทั้งในด้านสวัสดิการ ดอกเบี้ยหนี้ ค่าแรง และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รายจ่ายรวมของรัฐบาลรวมการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 1.107 แสนล้านปอนด์ในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นจาก 1.05 แสนล้านปอนด์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หนี้สาธารณะของอังกฤษอยู่ที่ 94.1% ของ GDP ใกล้เคียงระดับที่เคยพบครั้งล่าสุดในช่วงต้นทศวรรษ 1960 และเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลในการจัดทำงบประมาณเดือนตุลาคม ท่ามกลางพื้นที่ในการใช้นโยบายการคลังที่จำกัดลงอย่างต่อเนื่อง