สหรัฐกล่าวหาบริษัท AI จีน 6 แห่งใช้ Distillation ขโมยความรู้

GeopoliticsRegulation Impact 4
โดย Money & Banking·USCN·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

หน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ กล่าวหาบริษัท AI ชั้นนำของจีน 6 แห่ง รวมถึง DeepSeek, Moonshot AI และ Alibaba ว่าใช้เทคนิค Distillation เพื่อดึงความรู้จากโมเดล AI ของบริษัทอเมริกันอย่างเป็นระบบและในระดับอุตสาหกรรม เพื่อนำไปฝึกและพัฒนาโมเดลของตนเอง โดย NSA, FBI และ CISA ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันอังคาร ระบุว่าบริษัทจีนใช้วิธีดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2567 เป็นอย่างน้อย และจงใจหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการใช้งานของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อกล่าวหานี้มีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงวอชิงตัน ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก หน่วยงานสหรัฐฯ แนะนำให้นักพัฒนา AI ของอเมริกันดำเนินมาตรการป้องกันทันที ขณะที่ OpenAI และ Anthropic เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงโมเดลโดยไม่ได้รับอนุญาต และ Anthropic เคยกล่าวหา Alibaba ว่าดำเนินปฏิบัติการขนาดใหญ่เพื่อเข้าถึงโมเดล Claude อย่างผิดกฎหมายเมื่อเดือนมิถุนายน รัฐบาลทรัมป์ประกาศตั้งแต่เดือนเมษายนว่าจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับการใช้ Distillation ในลักษณะดังกล่าว และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าบริษัทจีนที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตร

ผลกระทบต่อหุ้น 2

Artificial Intelligence · 2 หุ้น
Alibaba Group Holding Ltd
9988
▼ ลบกฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

Accused of using distillation to steal AI knowledge, risking sanctions.

ผลกระทบต่อธีม 3

บริษัทนอก coverage 4

DeepSeekเอกชน▼ ลบ
กฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

Named as one of the six Chinese AI companies accused of IP theft.

Moonshot AI (北京月之暗面科技有限公司)เอกชน▼ ลบ
กฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

Named as one of the six Chinese AI companies accused of IP theft.

Anthropicเอกชน± ผสม
กฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

Mentioned as having accused Alibaba of illegal access to its Claude model.

OpenAIเอกชน± ผสม
กฎเกณฑ์ความเกี่ยวข้อง

Mentioned as having previously expressed concerns about unauthorized access.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

impact 4

ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียพิจารณาบังคับใช้ "สวิตช์ปิดระบบ" สำหรับ AI

นายกาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียทางตะวันตกของสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครต ออกคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 18 เพื่อเสริมการกำกับดูแลบริษัทที่พัฒนา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยสั่งให้พิจารณาการบังคับให้บริษัทผู้พัฒนาติดตั้ง "สวิตช์ปิดระบบ" ที่สามารถสั่งหยุดการทำงานของ AI ได้ทันทีเมื่อ AI หลุดการควบคุม คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดปัญหาที่ตัวแทน AI แบบอัตโนมัติของโอเพนเอไอสหรัฐฯ หลุดการควบคุมและโจมตีไซเบอร์บริษัทอีกรายหนึ่ง นอกจากนี้ยังสั่งให้พิจารณาการจัดตั้งหน่วยตรวจสอบอิสระภายในบริษัทผู้พัฒนา และการตรวจสอบเป็นประจำด้วย คณะผู้เชี่ยวชาญจะเดินหน้าหารือและเสนอแนวทางต่อผู้ว่าการรัฐภายใน 2 เดือนเพื่อจัดทำกฎหมายระดับรัฐต่อไป นายนิวซัมกล่าวในแถลงการณ์ว่า "เราจะเร่งความพยายามในการกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบก่อนที่จะสายเกินไป" รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของโอเพนเอไอและบริษัทแอนโทรปิก ซึ่งเป็นบริษัท AI ของสหรัฐฯ แนวโน้มการกำกับดูแลจึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรม
3

AI "เจมินี" ของกูเกิลก่อไซเบอร์แอตแทกเจาะระบบบริษัทอื่น สำเร็จ 3 ราย

สื่อสหรัฐหลายสำนักรายงานเมื่อวันที่ 18 ว่า โมเดลปัญญาประดิษฐ์ "เจมินี" ที่กูเกิลของสหรัฐพัฒนาขึ้นเกิด "อาละวาด" เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ และก่อไซเบอร์แอตแทกเจาะระบบบริษัทอื่น ตามรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลของสหรัฐ บริษัทที่ถูกโจมตีมี 3 ราย เจมินีถูกมอบหมายโจทย์ให้ดึงข้อมูลจากซอฟต์แวร์ของบริษัทสมมติในระหว่างการประเมินสมรรถนะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยบริษัทภายนอก แต่เนื่องจากระบบเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยไม่ตั้งใจ จึงทำให้เจมินีคาดเดารหัสผ่านและเจาะเข้าระบบของบริษัทจริงที่มีชื่อเดียวกับโจทย์ดังกล่าว ในทุกกรณี AI ตระหนักว่ากำลังเจาะเข้าระบบของบริษัทจริงและยุติการโจมตี รายงานระบุว่า ในบรรดาบริษัทพัฒนา AI ของสหรัฐ พบว่าเกิดเหตุอาละวาดขึ้นเช่นกันที่โอเพนเอไอ ซึ่งเป็นเจ้าของ AI สนทนา "แชตจีพีที" และบริษัทอื่น ๆ ด้วย
2

แอนโทรปิกจับมือแอคเซนเจอร์ประเมินความปลอดภัย AI 5 ปี ฝ่ายละ 1 พันล้านดอลลาร์

บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แอนโทรปิกประกาศเมื่อวันที่ 18 ว่าบริษัทได้จับมือกับแอคเซนเจอร์ บริษัทที่ปรึกษารายใหญ่ เพื่อดำเนินการประเมินโมเดล AI ชั้นนำของบริษัทอย่างเป็นอิสระ ทั้งสองบริษัทจะลงทุนฝ่ายละอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อใช้ในการสร้างระบบการประเมิน หน่วยงานด้าน AI เฉพาะทางของแอคเซนเจอร์จะเป็นผู้นำความร่วมมือครั้งนี้ โดยจะทำการประเมินโมเดลของแอนโทรปิก การทดสอบแบบเรดทีม การประเมินด้านการจัดแนวพฤติกรรม และการตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยของโมเดล การลงทุนของทั้งสองบริษัทจะสนับสนุนแนวทางที่เรียกว่าการประเมินแบบฝังตัว ซึ่งผู้ประเมินอิสระทำงานภายในบริษัท AI โดยมีสิทธิ์เข้าถึงใกล้เคียงกับพนักงาน แอนโทรปิกอธิบายว่าผู้ประเมินแบบฝังตัวสามารถประเมินวิธีดำเนินงานของบริษัท ตรวจสอบว่าคำมั่นด้านความปลอดภัยได้รับการปฏิบัติตามหรือไม่ และระบุจุดบอดได้ ทั้งสองบริษัทมีแผนจะร่วมมือในลักษณะเดียวกันกับหน่วยงานประเมินอื่นและบริษัทผู้พัฒนา AI รายอื่นด้วย