ผู้จัดการกองทุนตลาดเงินของสหรัฐเร่งลดอายุเฉลี่ยของสินทรัพย์ที่ลงทุนลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ จากข้อมูลของบริษัทวิจัยเครน ดาต้า ดัชนีเครน มันนี ฟันด์ แอฟเวอเรจ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาพรวมอุตสาหกรรม มีอายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักอยู่ที่ 38 วัน ณ วันที่ 10 ลดลงจาก 42 วันเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีเครน 100 มันนี ฟันด์ ซึ่งครอบคลุมกองทุนตลาดเงินรายใหญ่ มีอายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในเดือนกรกฎาคมที่ 40 วัน ลดลงจาก 44 วันในเดือนมิถุนายน ด้านกระแสเงินไหลเข้ากองทุนตลาดเงินยังคงดำเนินต่อไป ข้อมูลจากสถาบันบริษัทเพื่อการลงทุนระบุว่า ยอดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 8 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม ผู้จัดการกองทุนได้จัดสรรเงินไหลเข้าส่วนหนึ่งไปยังตราสารหนี้ชนิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยยอดถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ณ สิ้นเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 5.23 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ การใช้ธุรกรรมซื้อคืนก็ขยายตัวขึ้น โดยยอดคงค้าง ณ วันที่ 30 มิถุนายน เพิ่มขึ้น 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ 3.06 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37.2 ของสินทรัพย์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจของธุรกรรมซื้อคืนข้ามคืนลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยถูกกดดันจากกระแสเงินไหลเข้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเงินสำรองของธนาคารกลางสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ กองทุนตลาดเงินได้ลดการถือครองตั๋วเงินคลังระยะสั้นลง โดยยอดถือครอง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ลดลง 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ยังคงเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.9 ของสินทรัพย์ทั้งหมด