องค์การสหประชาชาติเปิดเผยวานนี้ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้จ่ายเงินจำนวน 725 ล้านดอลลาร์ให้แก่สหประชาชาติ การชำระเงินครั้งนี้ช่วยลดหนี้ค้างชำระจำนวนมากของสหรัฐ และทำให้สหรัฐยังคงรักษาสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า นายฟาร์ฮาน ฮัก โฆษกสหประชาชาติกล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐยังได้จ่ายเงินอีก 102 ล้านดอลลาร์สำหรับภารกิจรักษาสันติภาพ แต่สหรัฐยังคงค้างชำระเงินสำหรับงบประมาณปกติอีก 1.312 พันล้านดอลลาร์ และจากการชำระเงินครั้งนี้ สหรัฐจึงไม่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะถูกบังคับใช้มาตรา 19 ในปี 2027 อีกต่อไป ภายใต้มาตรา 19 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ประเทศสมาชิกจะสูญเสียสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในสมัชชาใหญ่ หากมียอดค้างชำระค่าบำรุงสมาชิกประจำปีมากกว่าจำนวนที่ต้องจ่ายในช่วงเวลาสองปีเต็ม ทั้งนี้ สหรัฐเป็นประเทศที่สนับสนุนเงินให้แก่งบประมาณของสหประชาชาติมากที่สุด แต่ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ได้ชะลอการจ่ายเงินตามข้อกำหนดและตัดลดเงินสนับสนุนโดยสมัครใจ ขณะที่จีน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเงินรายใหญ่อันดับสอง ได้จ่ายเงินจำนวน 641.4 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 กันยายน สำหรับเงินสมทบเข้าระบบงบประมาณปกติของสหประชาชาติ ขณะนี้สหประชาชาติกำลังดำเนินการปฏิรูปและลดค่าใช้จ่ายครั้งใหญ่ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ UN80 ท่ามกลางวิกฤตทางการเงินภายในองค์กร