สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าร่วมแทรกแซงตลาดเงินร่วมกับญี่ปุ่น เนื่องจากมองว่าการอ่อนค่าลงอย่างหนักของเงินเยนเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในเอเชีย เบสเซนต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม ว่าเงินเยนที่มีเสถียรภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งภูมิภาค เพราะหากเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมาก สกุลเงินอื่น ๆ ก็จะอ่อนค่าตามไปด้วย การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นสองวันหลังจากที่เขายืนยันว่าสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศในนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม เพื่อพยุงค่าเงินเยนที่ทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยการแทรกแซงร่วมกันด้วยการเข้าซื้อเงินเยนครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2541 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน เบสเซนต์ยังกล่าวว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมในการทำงานร่วมกับซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น และเชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อไปเพื่อทำให้ค่าเงินเยนกลับสู่ราคาดุลยภาพที่เป็นปกติมากขึ้น พร้อมทั้งชื่นชมความพยายามของญี่ปุ่นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจซบเซาผ่านนโยบายอาเบะโนมิกส์ โดยระบุว่าญี่ปุ่นพ้นจากภาวะเงินฝืดแล้วและกำลังกลับมา