นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า มาตรการภาษีชุดใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้า 60 แห่งในอัตรา 10% หรือ 12.5% มีแนวโน้มไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแตกต่างจากที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยอัตราดังกล่าวใกล้เคียงกับมาตรการภาษีศุลกากรที่เคยใช้ และบังคับใช้กับประเทศจำนวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับมาตรการภาษีชั่วคราวอัตรา 10% ที่สิ้นสุดลงแล้ว แม้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่ามาตรการนี้จะครอบคลุมสินค้านำเข้าสู่สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วน 99.4% ก็ตาม นายกรีเออร์ยังกล่าวว่าไม่คิดว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ พร้อมเผยว่า USTR ยังคงเดินหน้าการสอบสวนด้านภาษีอีกกรณีหนึ่งภายใต้มาตรา 301 โดยมุ่งเป้าไปที่ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในประเทศคู่ค้าสำคัญ 16 แห่ง ซึ่งรวมถึงจีน เวียดนาม เม็กซิโก สหภาพยุโรป และไทย โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าไทยใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งทีมไทยแลนด์นำโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตของทั้ง 3 อุตสาหกรรมอยู่ที่ประมาณ 75–95% และรัฐบาลไม่ได้ให้การอุดหนุนการลงทุนของภาคเอกชนเป็นจำนวนมากตามที่ถูกกล่าวหา