ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แสดงท่าทีระมัดระวังต่ออิหร่านมากขึ้น โดยพบกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านเพียงช่วงสั้น ๆ และไม่เปิดเผยการพบปะดังกล่าวอย่างโดดเด่น ระหว่างการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่คีร์กีซสถาน ท่ามกลางการจับตาว่าปักกิ่งกำลังพยายามรักษาระยะห่างจากเตหะราน ก่อนสีมีกำหนดเดินทางไปกรุงวอชิงตันเพื่อพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปลายเดือนกันยายน 2569 สื่อของทางการจีน รวมถึง People’s Daily ไม่ได้กล่าวถึงการพบประธานาธิบดีอิหร่าน ขณะที่ผู้นำอินเดียเผยแพร่ภาพการพบปะของตนเองต่อสาธารณะ นักวิเคราะห์มองว่าจีนต้องการรักษาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่าน แต่ไม่ต้องการส่งสัญญาณว่ากำลังเลือกยืนข้างอิหร่าน โดยเฉพาะก่อนการพบกันระหว่างสีและทรัมป์ จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุด แต่ปริมาณการนำเข้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมากนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ขณะที่ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและสหรัฐยังดำเนินต่อไป โดยจีนมีดุลการค้าเกินดุลสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว