SE-10Y.GB▼2
ธนาคารกลางสวีเดนตรึงดอกเบี้ย 1.75% ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นปีนี้
ธนาคารกลางสวีเดนมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นการตรึงดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 พร้อมย้ำว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ หากสงครามอิหร่านส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 19 รายที่ Bloomberg สำรวจคาดการณ์ไว้ โดยอัตราดอกเบี้ย 1.75% ของสวีเดนอยู่ในระดับต่ำที่สุดในสหภาพยุโรป คณะกรรมการนโยบายการเงินที่นำโดยเอริก เธดีน ผู้ว่าการธนาคารกลางสวีเดน ระบุว่า ความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ยังคงมีอยู่ หลังจากในการประชุมเดือนมิถุนายน ธนาคารกลางสวีเดนประเมินโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในปี 2569 ไว้ที่ 50% ธนาคารกลางระบุว่า หากเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดในช่วงฤดูร้อนเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อที่รุนแรงและยืดเยื้อมากขึ้น ธนาคารกลางสวีเดนก็พร้อมปรับนโยบายการเงินไปในทิศทางที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ไม่มีการจัดทำประมาณการเศรษฐกิจหรือเส้นทางอัตราดอกเบี้ยฉบับใหม่ เศรษฐกิจสวีเดนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศนอร์ดิก เผชิญความยากลำบากในการรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจในปีนี้ หลังได้รับผลกระทบทั้งจากมาตรการภาษีของสหรัฐและสงครามอิหร่าน ซึ่งกดดันความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ รัฐบาลสวีเดน ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากผลสำรวจก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 13 กันยายน ได้ออกมาตรการทางการคลังเพื่อประคองเศรษฐกิจหลายด้าน รวมถึงการลดภาษีอาหารและเชื้อเพลิงเพื่อช่วยเร่งการฟื้นตัว สำหรับสถานการณ์เงินเฟ้อ เงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวสูงขึ้นในเดือนกรกฎาคม และสูงกว่าที่ธนาคารกลางสวีเดนคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมิถุนายนเล็กน้อย แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% อย่างชัดเจน ธนาคารกลางสวีเดนระบุว่า การคงดอกเบี้ยครั้งนี้สะท้อนการชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงที่สงครามอาจสร้างแรงกดดันด้านราคามากขึ้น กับข้อเท็จจริงที่ว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ตลาดแรงงานอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ท่าทีของสวีเดนเกิดขึ้นท่ามกลางทิศทางนโยบายการเงินที่แตกต่างกันในประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยนอร์เวย์ปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเดือนพฤษภาคม ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางเดนมาร์กปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ส่วนธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางสหรัฐยังคงเลือกใช้ท่าทีรอดูสถานการณ์