Apple Inc.Weak guidance due to global memory shortage supply constraints.
แอมะซอนและแอปเปิลต่างรายงานรายได้สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ในสัปดาห์นี้ แต่หุ้นของทั้งสองบริษัทกลับเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามในวันประกาศผลประกอบการเดียวกัน โดยหุ้นแอมะซอนพุ่งขึ้นถึง 15% ขณะที่แอปเปิลร่วงลงมากกว่า 7% หน่วยธุรกิจคลาวด์ของแอมะซอนอย่าง AWS เติบโต 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 และกำไรสุทธิพุ่งขึ้นเป็น 6.26 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรก่อนหักภาษี 5.34 หมื่นล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับสัดส่วนการลงทุนในห้องปฏิบัติการ AI อย่างแอนโทรปิก ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งของ AWS สูงถึง 4.96 แสนล้านดอลลาร์ ด้านแอปเปิลทำรายได้และยอดขายไอโฟนสูงกว่าคาด โดยยอดขายไอโฟนพุ่งขึ้น 22% เป็น 5.425 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ให้คำแนะนำที่อ่อนแอสำหรับไตรมาสปัจจุบัน โดยโทษข้อจำกัดด้านอุปทานจากการขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก ในการประชุมทางโทรศัพท์เดียวกันนี้ยังถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของทิม คุก ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฐานข้อมูลกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของ Insider Monkey แสดงให้เห็นว่าแอมะซอนมีผู้ถือครองเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 353 ราย ณ ไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลงจาก 381 รายในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่แอปเปิลมีผู้ถือครอง 170 ราย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 169 ราย ทำให้แอมะซอนมีจำนวนกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ติดตามมากกว่าแอปเปิลกว่าสองเท่า ในบรรดากลุ่มหุ้น Magnificent Seven ด้วยกัน ไมโครซอฟท์มีผู้ถือครอง 282 ราย อัลฟาเบทมี 265 ราย และเมตามี 262 ราย โดยแอปเปิลตามหลังทุกบริษัท
Apple Inc.Weak guidance due to global memory shortage supply constraints.
Amazon.com IncAWS growth 37% and backlog $496B indicate strong cloud demand.
Applovin Corp
Alphabet Inc Class C
Meta Platforms Inc.
Microsoft Corporation