ผลกระทบต่อหุ้น 0
ผลกระทบต่อธีม 2
บริษัทนอก coverage
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
▲2
หน่วยงานบริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป หรือ C3S เปิดเผยว่า เดือนส.ค. 2569 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ โดยอุณหภูมิอากาศใกล้ผิวพื้นเฉลี่ยทั่วโลกแตะระดับ 16.96 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิมที่ประมาณ 16.95 องศาเซลเซียสในเดือนก.ค. 2566 เล็กน้อย และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนส.ค. ในช่วงปี 2534-2563 อยู่ 0.85 องศาเซลเซียส รวมทั้งสูงกว่าระดับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงปี 2393-2443 ประมาณ 1.65 องศาเซลเซียส เดือนดังกล่าวยังเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของโลกพุ่งสูงกว่าระดับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ขณะที่ยุโรปตะวันตกเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน จากคลื่นความร้อนที่เกิดเร็วและรุนแรงผิดปกติตั้งแต่เดือนพ.ค. ดันอุณหภูมิเฉลี่ยเดือนมิ.ย.-ส.ค. สูงกว่าสถิติเดิมเมื่อปี 2546 ด้านอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วมหาสมุทรนอกเขตขั้วโลกระหว่างละติจูด 60 องศาใต้ ถึง 60 องศาเหนือ สูงถึง 21.07 องศาเซลเซียสในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนนี้ และยังคงสูงผิดปกติเป็นพิเศษในพื้นที่ส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นและอาจกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ซาแมนธา เบอร์เจส หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะปานกลางแห่งยุโรป ระบุว่า สถิติดังกล่าวสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังผลักดันให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วทั้งในบรรยากาศและมหาสมุทร ซึ่งส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อชุมชน เศรษฐกิจ และระบบนิเวศทั่วโลก
▲
เยอรมนีเผยยอดเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนปีนี้พุ่งแตะ 14,000 ราย
สถาบันโรเบิร์ต คอช หน่วยงานด้านสาธารณสุขของเยอรมนี เปิดเผยว่า ตัวเลขประเมินผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อนในเยอรมนีนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม อยู่ที่ราว 14,000 ราย คิดเป็นอัตราเกือบ 17 รายต่อประชากร 100,000 คน ตัวเลขดังกล่าวแซงหน้ายอดรวมทั้งปีของทุกปีที่ผ่านมา โดยทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2561 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนประมาณ 9,000 ราย และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ โดยผู้มีอายุ 75 ปีขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 10,500 รายของยอดผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั้งหมดในปีนี้
▲
ลอนดอนชี้โลกร้อนเสี่ยงทำเศรษฐกิจเสียหาย 3.6 หมื่นล้านปอนด์ต่อปี
สำนักงานนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนเปิดเผยรายงานว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจสร้างความเสียหายต่อกรุงลอนดอนสูงถึง 3.6 หมื่นล้านปอนด์ หรือ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในคริสต์ทศวรรษ 2050 โดยการสูญเสียชั่วโมงทำงาน การหยุดชะงักของภาคธุรกิจ และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานจากสภาพอากาศสุดขั้วมีแนวโน้มฉุดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของกรุงลอนดอนลง รายงานแนะนำให้ภาคธุรกิจปรับชั่วโมงทำงาน อนุญาตให้ทำงานจากที่บ้าน และผ่อนคลายระเบียบการแต่งกาย พร้อมเรียกร้องให้บริษัท ทรานสปอร์ต ฟอร์ ลอนดอน ติดตั้งระบบปรับอากาศในรถไฟใต้ดินขบวนใหม่และหาวิธีรักษาความเย็นในขบวนรถและชานชาลา หน่วยงานบริหารกรุงลอนดอนจะให้ความสำคัญกับการปกป้องสวนสาธารณะ ประชาสัมพันธ์พื้นที่คลายร้อน จัดหาห้องน้ำสาธารณะและน้ำดื่มเพิ่มขึ้น และเพิ่มร่มเงาในพื้นที่สาธารณะ นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ซาดิก ข่าน กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังคุกคามชีวิตชาวลอนดอนและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจหลายร้อยล้านปอนด์ พร้อมย้ำต้องสร้างบ้านและอาคารที่เย็นขึ้น ชุมชนที่เขียวขจีและมีร่มเงามากขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่ออากาศร้อนขึ้น โดยฤดูร้อนปีนี้คลื่นความร้อน 5 ระลอกและฝนทิ้งช่วงหลายสัปดาห์สร้างแรงกดดันต่อระบบบริการสาธารณะ ระบบน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานของสหราชอาณาจักร ขณะที่ผลวิจัยเดือนกรกฎาคมพบว่าคลื่นความร้อนเดือนมิถุนายนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอังกฤษ 1.15 พันล้านปอนด์