เยอรมนีเผยยอดเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนปีนี้พุ่งแตะ 14,000 ราย

Macro
โดย InfoQuest·DE·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

สถาบันโรเบิร์ต คอช หน่วยงานด้านสาธารณสุขของเยอรมนี เปิดเผยว่า ตัวเลขประเมินผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อนในเยอรมนีนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม อยู่ที่ราว 14,000 ราย คิดเป็นอัตราเกือบ 17 รายต่อประชากร 100,000 คน ตัวเลขดังกล่าวแซงหน้ายอดรวมทั้งปีของทุกปีที่ผ่านมา โดยทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2561 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนประมาณ 9,000 ราย และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ โดยผู้มีอายุ 75 ปีขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 10,500 รายของยอดผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั้งหมดในปีนี้

ผลกระทบต่อหุ้น 0

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2

C3S เผยเดือนส.ค. 2569 ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิโลกแตะ 16.96 องศา

หน่วยงานบริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป หรือ C3S เปิดเผยว่า เดือนส.ค. 2569 เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ โดยอุณหภูมิอากาศใกล้ผิวพื้นเฉลี่ยทั่วโลกแตะระดับ 16.96 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิมที่ประมาณ 16.95 องศาเซลเซียสในเดือนก.ค. 2566 เล็กน้อย และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนส.ค. ในช่วงปี 2534-2563 อยู่ 0.85 องศาเซลเซียส รวมทั้งสูงกว่าระดับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงปี 2393-2443 ประมาณ 1.65 องศาเซลเซียส เดือนดังกล่าวยังเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของโลกพุ่งสูงกว่าระดับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ขณะที่ยุโรปตะวันตกเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน จากคลื่นความร้อนที่เกิดเร็วและรุนแรงผิดปกติตั้งแต่เดือนพ.ค. ดันอุณหภูมิเฉลี่ยเดือนมิ.ย.-ส.ค. สูงกว่าสถิติเดิมเมื่อปี 2546 ด้านอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วมหาสมุทรนอกเขตขั้วโลกระหว่างละติจูด 60 องศาใต้ ถึง 60 องศาเหนือ สูงถึง 21.07 องศาเซลเซียสในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนนี้ และยังคงสูงผิดปกติเป็นพิเศษในพื้นที่ส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นและอาจกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ซาแมนธา เบอร์เจส หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะปานกลางแห่งยุโรป ระบุว่า สถิติดังกล่าวสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังผลักดันให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วทั้งในบรรยากาศและมหาสมุทร ซึ่งส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อชุมชน เศรษฐกิจ และระบบนิเวศทั่วโลก

เบลเยียมเผชิญคลื่นความร้อน 3 ระลอก ยอดเสียชีวิตส่วนเกินเฉียด 3,000 ราย

สำนักงานสาธารณสุขของเบลเยียมรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกินสูงกว่าระดับปกติ 2,935 ราย ระหว่างช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน 3 ระลอก ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. ถึง 16 ส.ค. คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตส่วนเกิน 22.6% โดยในระลอกแรก ระหว่างวันที่ 18 มิ.ย.-3 ก.ค. มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2,035 ราย หรือสูงกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้ 48.8% ซึ่งเป็นยอดสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มวิเคราะห์ผลกระทบของคลื่นความร้อนในปี 2543 ส่วนอีก 2 ช่วง ได้แก่ วันที่ 4-17 ก.ค. และวันที่ 28 ก.ค.-16 ส.ค. มียอดผู้เสียชีวิตส่วนเกิน 535 ราย และ 365 ราย ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตส่วนเกิน 14.8% และ 7% แม้ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่ก็พบการเสียชีวิตที่สูงกว่าระดับปกติในกลุ่มคนอายุน้อยด้วย ทั้งนี้ ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนหลายระลอก ขณะที่องค์การอุตุนิยมวิทยาแห่งสหประชาชาติระบุว่า ช่วงที่มีอากาศร้อนจัดกำลังเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ลอนดอนชี้โลกร้อนเสี่ยงทำเศรษฐกิจเสียหาย 3.6 หมื่นล้านปอนด์ต่อปี

สำนักงานนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนเปิดเผยรายงานว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจสร้างความเสียหายต่อกรุงลอนดอนสูงถึง 3.6 หมื่นล้านปอนด์ หรือ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในคริสต์ทศวรรษ 2050 โดยการสูญเสียชั่วโมงทำงาน การหยุดชะงักของภาคธุรกิจ และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานจากสภาพอากาศสุดขั้วมีแนวโน้มฉุดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของกรุงลอนดอนลง รายงานแนะนำให้ภาคธุรกิจปรับชั่วโมงทำงาน อนุญาตให้ทำงานจากที่บ้าน และผ่อนคลายระเบียบการแต่งกาย พร้อมเรียกร้องให้บริษัท ทรานสปอร์ต ฟอร์ ลอนดอน ติดตั้งระบบปรับอากาศในรถไฟใต้ดินขบวนใหม่และหาวิธีรักษาความเย็นในขบวนรถและชานชาลา หน่วยงานบริหารกรุงลอนดอนจะให้ความสำคัญกับการปกป้องสวนสาธารณะ ประชาสัมพันธ์พื้นที่คลายร้อน จัดหาห้องน้ำสาธารณะและน้ำดื่มเพิ่มขึ้น และเพิ่มร่มเงาในพื้นที่สาธารณะ นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ซาดิก ข่าน กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังคุกคามชีวิตชาวลอนดอนและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจหลายร้อยล้านปอนด์ พร้อมย้ำต้องสร้างบ้านและอาคารที่เย็นขึ้น ชุมชนที่เขียวขจีและมีร่มเงามากขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่ออากาศร้อนขึ้น โดยฤดูร้อนปีนี้คลื่นความร้อน 5 ระลอกและฝนทิ้งช่วงหลายสัปดาห์สร้างแรงกดดันต่อระบบบริการสาธารณะ ระบบน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานของสหราชอาณาจักร ขณะที่ผลวิจัยเดือนกรกฎาคมพบว่าคลื่นความร้อนเดือนมิถุนายนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอังกฤษ 1.15 พันล้านปอนด์