EA ส่งมอบคาร์บอนเครดิต 57,327 ITMOs ให้ KliK Foundation สวิตเซอร์แลนด์

IndustryCommodity
โดย HoonSmart·THCH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เปิดเผยว่า Bangkok E-Bus Programme ได้ส่งมอบคาร์บอนเครดิตภายใต้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้ยอดส่งมอบสะสมของโครงการอยู่ที่ 108,960 ITMOs โดย ITMOs เหล่านี้เป็นผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านการตรวจวัด ตรวจสอบ และรับรองตามมาตรฐาน และได้รับอนุมัติให้ถ่ายโอนระหว่างประเทศภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย NDC ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โครงการดังกล่าวนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทดแทนรถโดยสารดีเซลและก๊าซธรรมชาติ นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวว่า ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และบริษัทพร้อมต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อขยาย Green Energy Ecosystem ไปสู่ภาคส่วนอื่นต่อไป

ผลกระทบต่อหุ้น 1

Electrification & Mobility · 1 หุ้น
Energy Absolute Public Company Limited
EA
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

EA's Bangkok E-Bus Programme delivered 57,327 ITMO carbon credits to Switzerland's KliK Foundation, bringing cumulative deliveries to 108,960, a concrete product/credit delivery for its green energy business.

ผลกระทบต่อธีม 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Alphabet หนุนโครงการกำจัดคาร์บอนของ Terradot ขยายขนาดสิบเท่า

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธว่า Alphabet ได้สนับสนุนโครงการกำจัดคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทจนถึงขณะนี้ผ่าน Terradot แม้ว่าราคาหุ้นของบริษัทจะปรับตัวลงประมาณ 0.9% สู่ระดับ 341.72 ดอลลาร์ก็ตาม Terradot วางแผนที่จะนำวัสดุสำหรับกระบวนการผุกร่อนแบบเร่งไปใช้ในพื้นที่นาข้าวกว่า 200,000 เฮกตาร์ในบราซิล โดยตั้งเป้าสร้างเครดิตจากการลดก๊าซมีเทนหนึ่งล้านเมตริกตันภายในปี 2030 และเครดิตจากการกำจัดคาร์บอนอีกหนึ่งล้านตันภายในปี 2040 ซึ่งเป็นเป้าหมายการกำจัดคาร์บอนที่มีขนาดใหญ่กว่าโครงการผุกร่อนของหินก่อนหน้านี้ราวสิบเท่า กูเกิลถือหุ้นใน Terradot อยู่แล้ว ทำให้บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อเครดิตเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินของเทคโนโลยีนี้ด้วย ธุรกรรมของ Terradot ในปี 2024 บ่งชี้ว่าต้นทุนการกำจัดคาร์บอนอยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ผู้พัฒนามองว่าระดับประมาณ 100 ดอลลาร์จะเป็นระดับที่อาจปลดล็อกการนำไปใช้ในวงกว้างขึ้นได้ แม้ว่าราคาของข้อตกลงล่าสุดของกูเกิลจะยังไม่เปิดเผยก็ตาม ราคาหุ้นของ Alphabet ที่ 341.72 ดอลลาร์นั้นสูงกว่ามูลค่าประเมิน GF Value ที่ 253.99 ดอลลาร์อยู่ 34.54% ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้การใช้จ่ายมหาศาลของกูเกิลด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานต้องแปลงออกมาเป็นการเติบโตที่ยั่งยืน

KBANK อัดฉีด 600 ลบ. หนุนบีคอน วีซี ลุย 3 โครงการ ESG สตาร์ทอัพ

บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าลงทุนผ่านกองทุน Beacon Impact Fund ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย โดยกองทุนดังกล่าวได้ส่งมอบเงินลงทุนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 600 ล้านบาท เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้ในมิติ ESG และขยายผลในวงกว้างทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่นทั่วโลก สำหรับปี 68 กองทุน Beacon Impact Fund ประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติมใน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ Quantified Energy สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ผู้นำเทคโนโลยีตรวจสอบแผงโซลาร์สำหรับ Utility-Scale Solar Farm ด้วยโดรนอัตโนมัติแบบ Electroluminescence Mapping Solution ซึ่งทำสถิติโลกด้วยการตรวจสอบแผงโซลาร์กว่า 1 ล้านแผงภายในสามสัปดาห์, Arkadiah Technology สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ที่ให้บริการพัฒนาโครงการปลูกป่าเพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบครบวงจรด้วยระบบ Digital Monitoring, Reporting, and Verification ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และ Raisewell Ventures กองทุนเพื่อสังคมจากซิลิคอนแวลลีย์ที่มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงลึกในสหรัฐอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศไทยในสามกลุ่มหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ การผลิตและซัพพลายเชน และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ
4

กูเกิลและมิตติ แล็บส์ ลงนามข้อตกลงเครดิตคาร์บอนจากมีเทนในนาข้าวระยะเวลาห้าปี

มิตติ แล็บส์ ประกาศข้อตกลงเครดิตคาร์บอนระยะเวลาห้าปีกับกูเกิล เพื่อขยายการทำเกษตรกรรมที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรรายย่อยในอินเดียจำนวน 100,000 เฮกตาร์ ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นข้อตกลงรับซื้อมีเทนจากนาข้าวที่ใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน ภายใต้ข้อตกลงนี้ มิตติ แล็บส์ จะส่งมอบเครดิตคุณภาพสูงจำนวนหนึ่งล้านเครดิตให้แก่กูเกิลภายในปี 2030 ด้วยการเปลี่ยนเกษตรกรกว่า 70,000 รายมาสู่แนวปฏิบัติการชลประทานที่ประหยัดน้ำและลดมีเทน ความร่วมมือนี้ตั้งเป้าขจัดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในระยะใกล้ออก 3 ล้านตัน โดยวัดเป็นค่า GWP20 ซึ่งเทียบเท่าผลกระทบ GWP100 จำนวน 1 ล้านตัน พร้อมทั้งอนุรักษ์น้ำหลายพันล้านแกลลอนในลุ่มน้ำสำคัญของภูมิภาค ความร่วมมือนี้ยังคาดว่าจะประหยัดน้ำได้หลายพันล้านลิตรทั่วประเทศ ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำประปารายปีของเบงกาลูรูเป็นเวลาสามปี เคต แบรนดต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนของกูเกิล กล่าวว่าแนวทางของมิตติ แล็บส์ สร้างผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศในระยะใกล้ที่สำคัญ ด้วยการลดการปล่อยมีเทนพร้อมทั้งเสริมพลังให้เกษตรกรรายย่อย ซาเวียร์ ลากัวร์ตา ผู้ร่วมก่อตั้งมิตติ แล็บส์ เรียกความร่วมมือนี้ว่าเป็นตัวเร่งที่ทรงพลังสำหรับพันธกิจของบริษัทในการลดการปล่อยมลพิษ ประหยัดน้ำ และเสริมสร้างความเป็นอยู่ของเกษตรกรรายย่อย 150 ล้านคนที่ปลูกข้าว มิตติ แล็บส์ ซึ่งก่อตั้งในปี 2023 และเติบโตจนมีพนักงาน 150 คน ได้ระดมทุน 12.5 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุน ได้แก่ ไลท์สปีด อินเดีย, อารัมโค เวนเจอร์ส, วอยเอเจอร์ เวนเจอร์ส, กลุ่มบริษัทก็อดเรจ อินดัสทรีส์, ซิสโก ฟาวน์เดชัน, ฟรานซิส แฟมิลี ฟันด์ และโวลตา เซอร์เคิล และได้รับอันดับเครดิตระดับ A สำหรับเครดิตที่มีมีเทนเป็นฐานจากบริษัทจัดอันดับเครดิตซิลเวรา